ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Landed Cost

นิยามแบบเข้าใจง่าย

Landed Cost หรือ ต้นทุนถึงมือ คือต้นทุน "จริง" ทั้งหมดที่คุณจ่ายไปเพื่อให้สินค้าชิ้นหนึ่งมาถึงมือลูกค้า หรือมาถึงคลังสินค้าของคุณ พร้อมขายได้

พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่แค่ราคาที่คุณจ่ายโรงงาน แต่รวมทุกอย่างตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง:

- ราคาสินค้าจากซัพพลายเออร์ (Product Cost)

- ค่าขนส่งระหว่างประเทศ (International Freight)

- ภาษีนำเข้า / อากรขาเข้า (Import Duty)

- ภาษีมูลค่าเพิ่มนำเข้า (VAT ขาเข้า 7%)

- ค่าธรรมเนียมศุลกากร / ค่าโบรกเกอร์

- ค่าขนส่งในประเทศ (Local Delivery)

- ค่าบรรจุภัณฑ์ / ค่าซองแบรนด์

- ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน / ค่าแลกเปลี่ยนเงินตรา

หลายคนขายดีแต่ กำไรหาย เพราะคิดต้นทุนแค่ราคาสินค้า + ค่าส่งด่วน ไม่ได้บวกภาษีและค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ที่ตามมา


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ลองนึกว่าคุณสั่ง หูฟัง Bluetooth 1,000 ชิ้น จากจีน

- ราคาโรงงาน: 80 บาท/ชิ้น → 80,000 บาท

- ค่าขนส่งทางเรือ: 25,000 บาท

- ภาษีนำเข้า 10%: 8,000 บาท

- VAT ขาเข้า 7%: คำนวณจาก (ราคา + ภาษี + ค่าส่ง) ≈ 7,910 บาท

- ค่าโบรกเกอร์ + ค่าขนส่งในประเทศ: 6,000 บาท

ถ้าคุณคิดต้นทุนแค่ 80 บาท/ชิ้น แล้วตั้งราคาขาย 199 บาท คุณอาจคิดว่ากำไร 119 บาท/ชิ้น

แต่ ต้นทุนถึงมือจริง = (80,000 + 25,000 + 8,000 + 7,910 + 6,000) ÷ 1,000 = 126.91 บาท/ชิ้น

กำไรจริงเหลือแค่ 72 บาท/ชิ้น ก่อนหักค่าโฆษณาและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม


สูตรคำนวณ Landed Cost

Landed Cost ต่อชิ้น =
(ราคาสินค้า + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ + ภาษีนำเข้า + VAT ขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ + ค่าขนส่งในประเทศ)
÷ จำนวนชิ้นที่ได้รับจริง

หรือแบบละเอียดขึ้น:

Landed Cost = Product Cost + Freight + Duty + VAT + Fees + Last-Mile + Packaging

ตัวอย่างคำนวณจริง:

รายการจำนวน (บาท)
ราคาสินค้า 500 ชิ้น × 120 บาท60,000
ค่าขนส่งทางอากาศ18,000
ภาษีนำเข้า 20%12,000
VAT ขาเข้า 7%6,300
ค่าโบรกเกอร์ + ขนส่งในไทย4,500
**รวมต้นทุนถึงมือ****100,800**
**ต่อชิ้น****201.60**

ถ้าขาย 399 บาท → กำไรขั้นต้น 197.40 บาท/ชิ้น (49.5%)

แต่ถ้าคิดต้นทุนผิดเป็น 120 บาท → คิดว่ากำไร 279 บาท/ชิ้น ซึ่ง เกินจริงไป 81.60 บาท


ตารางเปรียบเทียบ: ต้นทุนสินค้า vs ต้นทุนถึงมือ

หัวข้อต้นทุนสินค้า (Product Cost)ต้นทุนถึงมือ (Landed Cost)
รวมอะไรบ้างราคาจากโรงงาน/ซัพพลายเออร์ทุกอย่างจนถึงคลังคุณ
ภาษีนำเข้าไม่รวมรวม
VAT ขาเข้าไม่รวมรวม
ค่าขนส่งระหว่างประเทศไม่รวมรวม
ค่าขนส่งในประเทศไม่รวมรวม
ใช้ตั้งราคาขายไม่ควรควรใช้
ความแม่นยำกำไรต่ำสูง
เหมาะกับเปรียบเทียบซัพพลายเออร์วางแผนกำไรจริง

ใช้จริงในธุรกิจ DTC / E-commerce ไทย

1. ตั้งราคาขายบน Shopee / Lazada / TikTok Shop

ก่อนตั้งราคา ต้องรู้ Landed Cost ก่อน เพราะแพลตฟอร์มคิดค่าคอมมิชชั่น + ค่าธรรมเนียมการชำระเงินอีก 5–8%

ถ้าคิดต้นทุนต่ำไป กำไรอาจติดลบทั้งออเดอร์

2. คำนวณจุดคุ้มทุนโฆษณา (Break-even ROAS)

Break-even ROAS = ราคาขาย ÷ (ราคาขาย − Landed Cost − ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม)

ตัวอย่าง: ขาย 399, Landed Cost 201.60, ค่าธรรมเนียม 8% = 31.92

กำไรก่อนโฆษณา = 165.48

Break-even ROAS = 399 ÷ 165.48 ≈ 2.41

ถ้ายิงแอดได้ ROAS ต่ำกว่า 2.41 = ขาดทุน

3. เปรียบเทียบซัพพลายเออร์

ซัพพลายเออร์ A ราคาถูกกว่า 10 บาท/ชิ้น แต่ค่าส่งแพงกว่า 15 บาท/ชิ้น → จริง ๆ แล้ว A แพงกว่า

ต้องเทียบที่ Landed Cost ไม่ใช่ราคาหน้าใบเสนอราคา

4. วางแผนกระแสเงินสด

Landed Cost สูง → ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง → ต้องวางแผนสต็อกและรอบการสั่งให้ดี


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. คิดแค่ราคาสินค้า + ค่าส่ง — ลืมภาษีและ VAT ขาเข้า

2. ลืมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม — Shopee/Lazada/TikTok หัก 5–8% ทุกออเดอร์

3. ลืมค่าโฆษณา — CPA สูงอาจทำให้กำไรหายทั้งเดือน

4. ลืมค่าตีกลับ / เคลมสินค้า — สินค้าเสียหายหรือลูกค้าไม่รับของ ต้นทุนนี้ต้องเฉลี่ยเข้าไป

5. ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเก่า — ค่าเงินผันผวนมีผลกับต้นทุนนำเข้าจริง

6. ไม่รวมค่าบรรจุภัณฑ์และค่าซองแบรนด์ — โดยเฉพาะ DTC ที่ต้องสร้างแบรนด์

7. คิดต้นทุนต่อชิ้นจากจำนวนที่สั่ง ไม่ใช่จำนวนที่ได้รับจริง — ของหายระหว่างทางมีผล


ตัวอย่างเปรียบเทียบกำไรจริง

รายการคิดแบบผิดคิดแบบ Landed Cost
ราคาขาย399399
ต้นทุนที่คิด120201.60
ค่าธรรมเนียม 8%31.9231.92
กำไรก่อนแอด247.08165.48
ROAS ขั้นต่ำ1.612.41
กำไรหลังแอด ROAS 3114.0832.48

เห็นได้ชัดว่า ต่างกันเกือบ 4 เท่า


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- COGS (ต้นทุนขาย) — ต้นทุนสินค้าที่ขายไป ใช้ในงบกำไรขาดทุน

- Import Duty (อากรขาเข้า) — ภาษีที่ศุลกากรเก็บตอนนำเข้า

- VAT ขาเข้า — ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่จ่ายตอนนำเข้า (ขอคืนได้ถ้าจดทะเบียน VAT)

- Freight Forwarder — ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ

- Break-even ROAS — ROAS ขั้นต่ำที่ทำให้ไม่ขาดทุน

- Contribution Margin — กำไรหลังหักต้นทุนผันแปร ใช้ตัดสินใจยิงแอด

- DDP / DDU — เงื่อนไขการส่งของที่กำหนดว่าใครจ่ายภาษี

- MOQ — จำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ มีผลต่อต้นทุนต่อชิ้น

- Cash Conversion Cycle — รอบเงินสด เกี่ยวข้องกับ Landed Cost โดยตรง


สรุป

Landed Cost คือหัวใจของการทำกำไรในธุรกิจ DTC และ E-commerce

ถ้าคุณรู้ต้นทุนถึงมือจริง คุณจะตั้งราคาได้แม่น ยิงแอดได้คุ้ม และเลือกซัพพลายเออร์ได้ถูก

ถ้าไม่รู้ คุณอาจขายดีแต่ จนลง โดยไม่รู้ตัว

เริ่มทำวันนี้: เปิดบิลทุกใบ บวกทุกค่าใช้จ่าย แล้วคำนวณ Landed Cost ต่อชิ้นให้ชัด ก่อนตั้งราคาขายทุกครั้ง