Duty คืออะไร?
Duty หรือ ภาษีนำเข้า คือภาษีที่กรมศุลกากรของประเทศปลายทางเรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยคิดจากมูลค่าสินค้า (CIF) ไม่ใช่ราคาที่คุณขายให้ลูกค้า ใครก็ตามที่ส่งของข้ามพรมแดน — ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ส่งพัสดุให้ลูกค้า หรือแบรนด์ที่นำเข้าสต็อกมาขายในไทย — ต้องเจอต้นทุนนี้เสมอ
พูดง่าย ๆ Duty คือ "ค่าผ่านประตู" ที่ศุลกากรเก็บก่อนปล่อยสินค้าเข้าประเทศ ถ้าไม่จ่าย ของก็ไม่ไปถึงมือลูกค้า
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
ลองนึกว่าคุณสั่งของจากจีนมาขายในไทย:
- ค่าสินค้า = ค่าของที่คุณจ่ายให้โรงงาน
- ค่าส่ง = ค่าเครื่องบิน/เรือ
- Duty = ค่าธรรมเนียมที่ศุลกากรไทยเก็บตอนของถึงท่า
- VAT = ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บเพิ่มอีก 7% (คิดจากมูลค่ารวม Duty แล้ว)
เหมือนกับการจ่ายค่าผ่านทางด่วน — ยิ่งของมีมูลค่าสูง ยิ่งจ่ายมาก และถ้ารถใหญ่ (ของราคาแพง) ก็โดนเรทสูงกว่าคันเล็ก
สูตรคำนวณ Duty
Duty = CIF × อัตราภาษีศุลกากร (%) VAT = (CIF + Duty) × 7% ต้นทุนรวมนำเข้า = CIF + Duty + VAT + ค่าดำเนินการ
ตัวอย่างจริง:
- สินค้า: หูฟัง Bluetooth มูลค่า 800 บาท
- ค่าส่งระหว่างประเทศ: 150 บาท
- ประกันภัย: 50 บาท
- CIF = 800 + 150 + 50 = 1,000 บาท
- อัตรา Duty หูฟัง = 10% → Duty = 100 บาท
- VAT = (1,000 + 100) × 7% = 77 บาท
- ต้นทุนรวม = 1,000 + 100 + 77 = 1,177 บาท
ถ้าคุณตั้งราคาขาย 1,500 บาท กำไรขั้นต้นจริงเหลือแค่ 323 บาท ไม่ใช่ 700 บาทอย่างที่คิด
ตารางเปรียบเทียบ: Duty vs ภาษีอื่นที่คนขายมักสับสน
| ประเภท | ใครเก็บ | คิดจากอะไร | ตัวอย่างอัตรา | ใครจ่าย |
|---|---|---|---|---|
| **Duty (ภาษีนำเข้า)** | กรมศุลกากร | CIF | 0–30% แล้วแต่สินค้า | ผู้ส่ง/ผู้รับ |
| **VAT** | กรมสรรพากร | CIF + Duty | 7% คงที่ | ผู้บริโภคปลายทาง |
| **ภาษีสรรพสามิต** | กรมสรรพสามิต | ราคาขายปลีก | เช่น เหล้า 30% | ผู้นำเข้า |
| **อากรแสตมป์** | กรมสรรพากร | มูลค่าธุรกรรม | 0.1% | คู่สัญญา |
จุดสังเกต: Duty กับ VAT มักมาคู่กันเสมอ แต่ Duty อัตราเปลี่ยนตามชนิดสินค้า ส่วน VAT ไทยคงที่ 7%
ตัวเลขที่คนขายต้องรู้
1. เพดานปลอดภาษีไปรษณีย์ไทย: สินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท (CIF) ได้รับยกเว้น Duty และ VAT — แต่ตั้งแต่ปี 2024 สินค้านำเข้าทุกชิ้นต้องเสีย VAT 7% แม้ราคาต่ำกว่า 1,500 บาท
2. อัตรา Duty เฉลี่ยสินค้าแฟชั่น: ประมาณ 20–30% ของ CIF
3. อัตรา Duty อิเล็กทรอนิกส์: ประมาณ 0–10% ตามข้อตกลง FTA (เช่น ATIGA สำหรับอาเซียน = 0%)
4. ค่าดำเนินการศุลกากร (broker fee): ประมาณ 500–1,500 บาท ต่อชิปเมนต์
5. ระยะเวลาพิธีการ: 1–5 วันทำการ ถ้าเอกสารครบ
ใช้ยังไงในธุรกิจ DTC
1. ตั้งราคาแบบ landed cost
อย่าคิดแค่ต้นทุนสินค้า + ค่าส่ง ต้องบวก Duty + VAT เข้าไปด้วย เรียกว่า Landed Cost ซึ่งเป็นต้นทุนจริงถึงมือลูกค้า
2. เลือกโหมดขนส่งให้ฉลาด
- ไปรษณีย์ระหว่างประเทศ: Duty มักเก็บตอนของถึงไทย ลูกค้าอาจปฏิเสธรับของ
- DDP (Delivered Duty Paid): คุณจ่าย Duty ล่วงหน้า ลูกค้าไม่ต้องจ่ายเพิ่ม — ประสบการณ์ดีกว่า แต่ต้นทุนคุณสูงขึ้น
- DDU: ลูกค้าจ่าย Duty เอง — ราคาหน้าตาดูถูก แต่ลูกค้าอาจหาย
3. ใช้ FTA ลด Duty
สินค้าจากจีนภายใต้ความตกลง ACFTA หลายรายการ Duty = 0% แต่ต้องมี Form E ยืนยันถิ่นกำเนิด
4. คำนวณ break-even ก่อนตั้งราคา
ถ้า Duty 20% + VAT 7% ต้นทุนคุณจะบวมขึ้นประมาณ 27–30% จาก CIF ต้องบวกเข้าไปในราคาขายตั้งแต่แรก
ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย
❌ "ของราคาไม่ถึง 1,500 บาท ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย"
→ ผิด ตั้งแต่ปี 2024 ไทยเก็บ VAT 7% กับสินค้านำเข้าทุกมูลค่า แม้แต่พัสดุ 100 บาท
❌ "Duty คิดจากราคาที่เราขายให้ลูกค้า"
→ ผิด Duty คิดจาก CIF (ต้นทุน+ประกัน+ค่าส่ง) ไม่ใช่ราคาขายปลีก
❌ "ส่งของเป็นของขวัญ (gift) แล้วเลี่ยง Duty ได้"
→ ผิด ศุลกากรมีเกณฑ์ตรวจสอบ ถ้ามูลค่าเกินเพดานก็ต้องจ่าย และการสำแดงเท็จมีโทษทางกฎหมาย
❌ "Duty กับ VAT คืออันเดียวกัน"
→ ผิด Duty เป็นภาษีนำเข้า อัตราเปลี่ยนตามสินค้า, VAT 7% คงที่และคิดทับบน Duty อีกที
❌ "ถ้าลูกค้าไม่รับของก็ไม่ต้องจ่าย"
→ ผิด ในทางปฏิบัติผู้ส่งมักเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายศุลกากรที่ค้างอยู่ ของอาจถูกตีกลับหรือทำลาย
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- CIF (Cost, Insurance, Freight): มูลค่าฐานสำหรับคำนวณ Duty
- Landed Cost: ต้นทุนรวมถึงมือลูกค้า
- HS Code: รหัสสินค้าที่กำหนดอัตรา Duty
- DDP / DDU: เงื่อนไขว่าใครจ่าย Duty
- FTA / Form E: เอกสารลดหย่อนภาษีนำเข้า
- Customs Broker: ตัวแทนดำเนินพิธีการศุลกากร
- De Minimis: เพดานมูลค่าที่ได้รับการยกเว้น
- Anti-Dumping Duty: ภาษีพิเศษสำหรับสินค้าที่ขายต่ำกว่าทุน
สรุปสั้น ๆ: Duty คือต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับคนขายข้ามพรมแดน รู้จักคำนวณให้เป็น ตั้งราคาให้ครอบคลุม และเลือกเงื่อนไขขนส่งให้เหมาะกับโมเดลธุรกิจ — นี่คือทักษะพื้นฐานที่แยกคนขายมือใหม่กับมืออาชีพในตลาด DTC ไทยออกจากกัน