นิยามแบบเข้าใจง่าย
Tariff (ภาษีนำเข้า) คือภาษีที่รัฐบาลเก็บจากสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินค้า (หรือบางกรณีคิดตามปริมาณ/น้ำหนัก) ภาษีนี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมขนส่ง และไม่ใช่ VAT — มันคือ "ค่าผ่านประตู" ที่คุณต้องจ่ายให้ศุลกากรก่อนสินค้าจะออกจากด่านได้
สำหรับคนทำ DTC/ ภาษีนำเข้าคือ ต้นทุนแฝงที่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ตามนโยบายการค้าของแต่ละประเทศ รัฐบาลไทยปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าหลายรอบในทศวรรษที่ผ่านมา และหลังปี 2024 สินค้าจากจีนหลายหมวดถูกตรวจเข้มขึ้น + เก็บ VAT นำเข้าตั้งแต่บาทแรก (ยกเลิกการยกเว้นต่ำกว่า 1,500 บาท)
พูดสั้น ๆ: Tariff คือตัวแปรที่กำหนดว่าสินค้าคุณ "ถูกลงหรือแพงขึ้น" ในพริบตา โดยที่คุณไม่ได้เปลี่ยนซัพพลายเออร์เลย
ให้เห็นภาพ
ลองนึกภาพคุณสั่งกาแฟจากต่างประเทศ 1 กระสอบ ราคา 100 บาท ค่าส่ง 20 บาท แต่ก่อนจะได้ดื่ม ต้องจ่าย "ค่าธรรมเนียมรสชาติ" ให้รัฐ 30% ของราคากาแฟ = 30 บาท
สุดท้ายต้นทุนจริง = 100 + 20 + 30 = 150 บาท ไม่ใช่ 120 บาทอย่างที่คิด
ถ้าวันรุ่งขึ้นรัฐประกาศขึ้นเป็น 60% ต้นทุนพุ่งเป็น 180 บาท ทันที — กำไรที่คุณคำนวณไว้เมื่อวานหายวับ
นี่คือเหตุผลที่คนขายของออนไลน์ต้อง คำนวณ tariff ก่อนเลือกสินค้า ไม่ใช่หลังสั่งของ
สูตรคำนวณต้นทุนนำเข้าจริง
Landed Cost = ราคาสินค้า (FOB) + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ + ค่าประกันภัย + Tariff (ภาษีนำเข้า) + VAT นำเข้า 7% + ค่าธรรมเนียมศุลกากร/ตัวแทน
ตัวอย่างจริง (สินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดเล็ก):
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| ราคาสินค้า FOB (จีน) | 250 |
| ค่าขนส่งระหว่างประเทศ | 40 |
| ประกันภัย | 5 |
| Tariff 20% ของ (250+40+5) | 59 |
| VAT นำเข้า 7% ของ (295+59) | 24.78 |
| ค่าธรรมเนียมตัวแทนออกของ | 30 |
| **Landed Cost รวม** | **408.78** |
ถ้าคุณตั้งราคาขาย 599 บาท — กำไรขั้นต้น = 190.22 บาท (31.7%) แต่ถ้า tariff ขึ้นเป็น 30% กำไรจะเหลือเพียง 160 บาท (26.7%) โดยที่ราคาขายเท่าเดิม
**จุดสำคัญ:** Tariff คิดจากมูลค่า CIF (Cost + Insurance + Freight) ไม่ใช่แค่ราคาสินค้า ดังนั้นค่าส่งแพงก็ทำให้ภาษีแพงตามไปด้วย
ตารางเปรียบเทียบ: Tariff vs ภาษี/ค่าธรรมเนียมอื่น
| ประเภท | ใครเก็บ | คิดจากอะไร | ตัวอย่างอัตรา | ผลต่อราคาขาย |
|---|---|---|---|---|
| **Tariff (ภาษีนำเข้า)** | กรมศุลกากร | มูลค่า CIF | 0–80% ตามหมวด | กระทบต้นทุนตรง ๆ |
| **VAT นำเข้า** | กรมสรรพากร | CIF + Tariff | 7% คงที่ | บวกทบต้น |
| **ภาษีสรรพสามิต** | กรมสรรพสามิต | ราคาขายปลีกแนะนำ | เฉพาะสินค้าควบคุม (บุหรี่/แอลกอฮอล์) | สูงมาก |
| **อากรขาเข้าเพื่อป้องกัน** | กรมศุลกากร | มูลค่า CIF | เปลี่ยนตามนโยบาย | ใช้กีดกันสินค้าทุ่มตลาด |
| **ค่าธรรมเนียมตัวแทนออกของ** | บริษัทเอกชน | ต่อชิปเมนต์ | 500–2,500 บาท | คงที่ต่อครั้ง |
: เมื่อไหร่ที่ Tariff เปลี่ยนเกมของคุณ
1. เลือกสินค้าขายช่วงนโยบายเปลี่ยน
สมมติคุณกำลังดูสินค้า 2 ตัว:
- กระเป๋าผ้า: tariff 10% → landed cost ถูก กำไรดี
- หูฟัง Bluetooth: tariff 20% → landed cost สูง กำไรบาง
ถ้าข่าวบอกว่ารัฐกำลังพิจารณาขึ้นภาษีสินค้าไอทีเป็น 30% — คุณควร ชะลอการสั่งหูฟัง และโฟกัสกระเป๋าผ้าแทน
2. คำนวณราคาขายย้อนกลับ (Target Pricing)
ถ้าตลาดรับราคาได้สูงสุด 450 บาท และคุณต้องการกำไร 35% → ต้นทุนต้องไม่เกิน 292.50 บาท
ถ้า tariff 20% ทำให้ landed cost = 408.78 บาท → สินค้านี้ขายไม่ได้ ต้องหาซัพพลายเออร์ที่ราคา FOB ต่ำลง 30% หรือเปลี่ยนหมวดสินค้าที่ tariff ต่ำกว่า
3. วางแผนนำเข้าล็อตใหญ่ก่อนภาษีขึ้น
หลายครั้งรัฐประกาศล่วงหน้า 30–60 วันก่อนบังคับใช้ ผู้ขายที่รู้ข่าวก่อนจะ สั่งสต็อกล่วงหน้า เพื่อล็อคต้นทุนเก่า — แต่ต้องระวังค่าขนส่งและต้นทุนจม (dead stock)
##
❌ เข้าใจว่า "ของราคาไม่ถึง 1,500 บาท ไม่ต้องจ่ายภาษี"
ตั้งแต่ปี 2024 ไทยเก็บ VAT นำเข้าสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาททุกชิ้น (7%) แม้ tariff อาจเป็น 0% แต่ VAT ยังต้องจ่าย
❌ คิดว่า Tariff คิดจากราคาที่จ่ายจริงบนใบเสร็จ
ความจริงคิดจาก ราคาประเมินของศุลกากร ซึ่งอาจสูงกว่าราคาที่คุณซื้อ ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าราคาต่ำผิดปกติ
❌ ลืมว่า Tariff เปลี่ยนได้ทุกไตรมาส
หลายคนคำนวณต้นทุนครั้งเดียวแล้วใช้ทั้งปี — พอภาษีขึ้น กำไรหายทั้งล็อต
❌ คิดว่าเปลี่ยนซัพพลายเออร์หนีภาษีได้
ถ้าสินค้าหมวดเดียวกัน tariff เท่ากันไม่ว่าจะมาจากจีน เวียดนาม หรือสหรัฐฯ (ยกเว้นมี FTA) การเปลี่ยนประเทศต้นทางอาจไม่ช่วย ถ้าไม่ใช่ประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรี
❌ ไม่แยก HS Code ให้ถูก
HS Code ผิด = tariff ผิด = เจอค่าปรับย้อนหลังได้ ควรตรวจสอบกับตัวแทนออกของทุกครั้งก่อนนำเข้าซ้ำ
##
- HS Code — รหัสสินค้าศุลกากร 6–10 หลัก ใช้กำหนดอัตรา tariff
- CIF (Cost, Insurance, Freight) — มูลค่าฐานที่ใช้คำนวณภาษีนำเข้า
- FOB (Free On Board) — ราคาสินค้าต้นทาง ยังไม่รวมค่าส่งระหว่างประเทศ
- Landed Cost — ต้นทุนรวมถึงมือคุณ หลังบวกภาษีและค่าธรรมเนียมทั้งหมด
- FTA (เขตการค้าเสรี) — ข้อตกลงลด/ยกเว้น tariff ระหว่างประเทศ เช่น ASEAN-China FTA
- VAT นำเข้า — ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เก็บตอนนำเข้า คิดทบจาก CIF + Tariff
- Anti-Dumping Duty — ภาษีพิเศษสำหรับสินค้าที่ถูกกล่าวหาว่าทุ่มตลาด
- De Minimis — มูลค่าขั้นต่ำที่ยกเว้นภาษี (ไทยยกเลิกยกเว้น VAT สำหรับสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาทแล้ว)
สรุปสั้น: Tariff ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่มันคือ ตัวกำหนดว่าสินค้าคุณยังทำกำไรได้หรือไม่ ในตลาด DTC ที่แข่งขันด้วยราคา การติดตามนโยบายภาษีและคำนวณ landed cost ทุกครั้งก่อนสั่งของ คือทักษะที่แยกคนขายมืออาชีพออกจากคนขายมือสมัครเล่น