ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Free on Board

นิยามสั้น ๆ

FOB (Free on Board) หรือ ราคา ณ ท่าเรือต้นทาง คือเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ (Incoterms) ที่ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยง จนกว่าสินค้าจะถูกยกขึ้นเรือ ณ ท่าเรือที่ระบุไว้ในสัญญา เมื่อสินค้าพ้นราวเรือ (ship's rail) ความเสี่ยงทั้งหมดจะโอนไปให้ผู้ซื้อทันที

พูดแบบบ้าน ๆ คือ: "เราส่งของขึ้นเรือให้แล้ว หลังจากนั้นเรื่องของคุณ"

สำหรับคนทำ DTC ที่สั่งของจากจีน เวียดนาม หรืออินเดียเข้าไทย FOB คือ Incoterm ที่เจอบ่อยที่สุดในใบเสนอราคาโรงงาน (Quotation) และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าใจว่าทำไม "ราคาสินค้า" กับ "ราคารวมถึงบ้าน" ต่างกันเกือบ 2 เท่า


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ลองคิดว่าคุณสั่ง หูฟัง Bluetooth 1,000 ชิ้น จากโรงงานในเซินเจิ้น

- โรงงานแพ็คของ ตรวจ QC แล้ว ขนของไปท่าเรือเอง → ความรับผิดชอบโรงงาน

- โรงงานจ่าย ค่าขนย้ายในท่า + ค่าพิธีการส่งออก + ค่ายกขึ้นเรือ → ความรับผิดชอบโรงงาน

- วินาทีที่ลังสินค้าพ้นราวเรือ → ความเสี่ยงโอนมาที่คุณทันที

- หลังจากนั้น ค่าระวางเรือ ประกันภัย ค่าภาษีนำเข้า ค่าขนส่งในไทย → คุณจ่ายทั้งหมด

เหมือนกับเพื่อนขับรถมาส่งคุณที่ปากซอย แล้วบอกว่า "ส่งถึงปากซอยนะ" — หลังจากนั้นคุณต้องหาวินต่อเอง จ่ายเอง ถ้ารถวินชนเสาไฟฟ้า ก็ไม่ใช่ความผิดเพื่อนแล้ว


สูตรคำนวณราคา FOB

ราคา FOB = ราคาสินค้า + ค่าขนส่งในประเทศต้นทาง + ค่าพิธีการส่งออก + ค่ายกขึ้นเรือ

ตัวอย่างจริง:

รายการจำนวน (USD)
ราคาสินค้า (EXW)8,500
ค่าขนส่งจากโรงงาน → ท่าเรือ320
ค่าพิธีการส่งออก180
ค่ายกขึ้นเรือ (Terminal Handling)250
**ราคา FOB ทั้งหมด****9,250**

หลังจากนั้นคุณต้องบวกเพิ่มเอง: ค่าระวางเรือ (Freight) ประมาณ 1,200 USD, ประกันภัย 90 USD, ภาษีนำเข้าไทย 30% และค่าขนส่งในไทย 150 USD → ราคารวมถึงบ้านจะอยู่ที่ประมาณ 13,000 USD หรือ สูงกว่าราคา FOB ถึง 40%


ตารางเปรียบเทียบ Incoterms ที่คนไทยใช้บ่อย

Incotermsผู้ขายรับผิดชอบถึงความเสี่ยงโอนที่เหมาะกับใคร
**EXW**หน้าโรงงานหน้าโรงงานคนที่มี Forwarder เองครบ
**FOB**ท่าเรือต้นทางพ้นราวเรือDTC ที่เริ่มต้นนำเข้า
**CIF**ท่าเรือปลายทางท่าเรือปลายทางคนที่ไม่อยากจัดการประกันเอง
**DDP**หน้าบ้านลูกค้าหน้าบ้านลูกค้าDropship / ส่งตรงถึงมือ

ข้อสังเกต: FOB กับ CIF ต่างกันแค่ ค่า Freight + ประกันภัย เท่านั้น แต่ราคาต่างกันได้ 15-25% ต่อตู้คอนเทนเนอร์


ใช้จริงในธุรกิจ DTC อย่างไร

กรณีที่ 1: Import สินค้าจากจีนเข้าไทย

คุณสั่ง กระเป๋า 500 ใบ จากกว่างโจว โรงงานเสนอราคา FOB Guangzhou USD 6,200 → คุณต้องหา Forwarder เอง จองระวางเรือเอง ซื้อประกันเอง → ต้นทุนรวมถึงโกดังไทยประมาณ USD 8,400 → ต้นทุนต่อใบ USD 16.8 → ตั้งราคาขาย 1,290 บาท กำไรขั้นต้นประมาณ 55%

กรณีที่ 2: ขายออกต่างประเทศแบบ DTC

คุณขาย เซรั่มสมุนไพรไทย ไปอเมริกา ลูกค้าต้องการ FOB Bangkok → คุณต้องขนของไปท่าเรือแหลมฉบัง จ่ายค่าพิธีการส่งออก แล้วส่งเอกสาร B/L ให้ลูกค้า → ลูกค้าจัดการปลายทางเอง

กรณีที่ 3: คุยกับ Supplier จีน

ถ้าโรงงานเสนอ FOB Ningbo แต่คุณอยู่เชียงใหม่ → ต้องถามให้ชัดว่า "รวมค่าขนย้ายในท่าแล้วหรือยัง?" เพราะบางโรงงานแยก FOB กับ THC (Terminal Handling Charge) ออกจากกัน ทำให้ต้นทุนบานปลายได้ 50-150 USD ต่อตู้


ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

1. คิดว่า FOB = ราคารวม → จริง ๆ ยังไม่รวมค่าระวางเรือและภาษีนำเข้า

2. ไม่ตรวจว่า FOB ท่าไหน → FOB Shanghai กับ FOB Shenzhen ราคาต่างกันได้ 200-400 USD

3. ลืมค่าประกันภัย → ของหายกลางทะเล เคลมไม่ได้ถ้าไม่มีประกัน

4. ไม่เช็ค Incoterms version → Incoterms 2010 กับ 2020 มีรายละเอียดต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องการโหลดขึ้นเรือ

5. ใช้ FOB กับสินค้าทางอากาศ → ผิด! ทางอากาศต้องใช้ FCA ไม่ใช่ FOB


ตัวเลขที่ควรจำ

- FOB มักถูกกว่า CIF ประมาณ 15-25% ต่อตู้ 20 ฟุต

- ค่าระวางเรือจากจีน → ไทย อยู่ที่ 800-1,500 USD ต่อตู้ 20 ฟุต (ขึ้นกับฤดูกาล)

- ภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไปในไทย อยู่ที่ 20-30% ของราคา CIF

- ค่า Forwarder ฝั่งไทย สำหรับพิธีการนำเข้า อยู่ที่ 3,500-6,000 บาท ต่อชิปเมนต์


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- EXW (Ex Works) – ผู้ขายแค่เตรียมของไว้ที่โรงงาน

- CIF (Cost, Insurance and Freight) – ผู้ขายจ่ายค่าระวาง + ประกันถึงท่าปลายทาง

- DDP (Delivered Duty Paid) – ผู้ขายรับผิดชอบทุกอย่างจนถึงมือลูกค้า

- B/L (Bill of Lading) – ใบตราส่งสินค้า เอกสารสำคัญที่สุดในการรับของ

- THC (Terminal Handling Charge) – ค่าขนย้ายในท่า มักถูกแยกจาก FOB

- Freight Forwarder – ตัวแทนจัดการขนส่งระหว่างประเทศ

- HS Code – รหัสสินค้าสำหรับคำนวณภาษีนำเข้า


สรุปสั้น ๆ: FOB คือจุดแบ่งความรับผิดชอบที่ราวเรือ ถ้าคุณเป็น DTC ที่นำเข้าสินค้า ควรเข้าใจ FOB ให้แม่น เพราะมันคือ ต้นทุนตั้งต้น ที่คุณต้องบวกค่าอีก 5-7 รายการก่อนจะรู้ราคาถึงบ้านจริง ๆ อย่าดูแค่ตัวเลข FOB แล้วคิดว่าเป็นราคาสุดท้ายเด็ดขาด