第11篇 周文君免工师籍

出处:战国策·东周策

语言: 中文 English Español 日本語 한국어 Tiếng Việt ไทย Русский

📜 原文(文言文)

周文君免工师籍,相吕仓,国人不说也。君有闵闵之心。谓周文君曰:“国必有诽誉,忠臣令诽在己,誉在上。宋君夺民时以为台,而民非之,无忠臣以掩盖之也。子罕释相为司空,非惩相也,以名则不可,以实则不为也。故曰:‘不如就义。’夫义,利之本也。生而害义,不如死以殉义。今工师籍虽不贤,然非所以为过也。吕仓之相,民不说是也。君不若遂行之,以收民心。且夫臣民之誉,非所以为名也。君其正之。”

📖 白话文翻译

จวินแห่งโจวได้ปลดกงซือจี้ออกจากตำแหน่ง แล้วแต่งตั้งลวี่ชางเป็นอัครมหาเสนาบดี แต่ราษฎรในแคว้นมิได้ยินดีด้วย จวินแห่งโจวจึงทรงวิตกกังวล มีผู้หนึ่งทูลว่า “แว่นแคว้นย่อมมีการนินทาและสรรเสริญเป็นธรรมดา ขุนนางผู้ภักดีย่อมยอมรับการนินทาไว้กับตน แล้วมอบการสรรเสริญแก่เจ้าเมือง พระเจ้าแผ่นดินแห่งซ่งใช้เวลาทำนาของราษฎรเพื่อสร้างแท่นสูง ราษฎรจึงพากันตำหนิ เพราะไม่มีขุนนางผู้ภักดีช่วยปกปิดความผิดนั้น จื่อฮั่นลาออกจากตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีแล้วรับตำแหน่งซือคง มิใช่เพราะเกลียดชังตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี หากแต่รู้ว่า หากทำการโดยอาศัยนามของอัครมหาเสนาบดี ชื่อเสียงย่อมไม่เป็นที่ชอบธรรม หากทำโดยอาศัยอำนาจที่แท้จริง ก็ไม่สมควรกระทำเช่นนั้น ฉะนั้นจึงกล่าวว่า ‘ไม่เท่ากระทำตามความชอบธรรม’ ความชอบธรรมนั้นเป็นรากฐานแห่งผลประโยชน์ หากมีชีวิตอยู่แต่ทำลายความชอบธรรม ก็ไม่เท่าตายเพื่อรักษาความชอบธรรมไว้ บัดนี้ กงซือจี้แม้มิใช่ผู้มีความสามารถ แต่การปลดเขามิใช่ความผิดใหญ่หลวง ลวี่ชางดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีแล้วราษฎรไม่ยินดี นั่นเป็นความจริง พระองค์ควรดำเนินการตามคำตัดสินนี้ต่อไป เพื่อผูกใจราษฎร ยิ่งกว่านั้น คำสรรเสริญของขุนนางและราษฎร มิอาจทำให้พระเกียรติของพระองค์สมบูรณ์ได้อย่างแท้จริง พระองค์ควรทรงรักษาความประพฤติของพระองค์ให้เที่ยงตรงเถิด”

💡 商战启示录

เรื่องราวนี้เผยให้เห็นถึงภูมิปัญญาของผู้บริหารในการสร้างสมดุลระหว่างความคิดเห็นภายในองค์กรกับผลประโยชน์ระยะยาวในการตัดสินใจด้านบุคลากร โจวเหวินจวินปลดกงซือจีและแต่งตั้งลวี่ชาง ทำให้ประชาชนไม่พอใจ แต่ที่ปรึกษาแนะนำให้เขายืนหยัดในการตัดสินใจ พร้อมกับใช้วิธีให้ขุนนางผู้ภักดีรับคำครหาจากประชาชนแทนองค์ชาย เพื่อชี้นำกระแสความคิดเห็น ในธุรกิจยุคใหม่ สิ่งนี้สอดคล้องกับวิธีที่ผู้นำองค์กรรับมือกับแรงต้านภายในเมื่อดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างหรือปรับเปลี่ยนบุคลากรสำคัญ ตัวอย่างเช่น ซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งที่ปลดผู้บริหารอาวุโสในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำให้ทีมงานสั่นคลอน เขาไม่ได้ถอยเพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ระยะสั้น แต่ใช้การสื่อสารภายใน การกำหนดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน และให้ผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงรับแรงกดดันบางส่วน จนในที่สุดองค์กรก็ยกระดับขึ้นได้สำเร็จ สิ่งนี้ชี้ให้เราเห็นว่า การตัดสินใจไม่ควรถูกชี้นำโดยความคิดเห็นของมหาชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉยต่อกระแสเสียง——ผู้นำต้องมีความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ พร้อมกับใช้ศิลปะการสื่อสารอย่างชาญฉลาด เพื่อเปลี่ยนเสียงเชิงลบให้เป็นพลังขับเคลื่อนการปฏิรูป นอกจากนี้ เรื่องราวของจื่อฮั่นที่สละตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อรับตำแหน่งซือคง ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความสอดคล้องระหว่างตำแหน่ง ความสามารถ และชื่อเสียงที่แท้จริง องค์กรควรหลีกเลี่ยงการ "ตั้งตำแหน่งตามตัวบุคคล" แต่ควรจัดสรรบุคลากรตามความต้องการที่แท้จริง ท้ายที่สุด "ความชอบธรรม" ในสมรภูมิธุรกิจสามารถตีความได้ว่าเป็นพันธกิจและคุณค่าขององค์กร การยึดมั่นในทิศทางที่ถูกต้อง แม้ต้องเสียสละผลประโยชน์ระยะสั้น ก็จะ赢得ความไว้วางใจในระยะยาวได้เช่นกัน