การผิดสัญญา

ภาษา: 中文 | English | Español | 日本語 | 한국어 | Tiếng Việt | ไทย | Русский

📖 คำอธิบายโดยละเอียด

การผิดสัญญา (Breach of Contract) ในการค้าระหว่างประเทศหมายถึงคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามไม่ครบถ้วนซึ่งข้อผูกพันที่ตกลงไว้ในสัญญาโดยไม่มีเหตุอันสมควร กรณีที่พบบ่อยได้แก่ ผู้ขายไม่ส่งมอบสินค้าตามกำหนดเวลา สินค้ามีคุณภาพไม่ตรงตามข้อกำหนด ผู้ซื้อไม่เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตหรือไม่ชำระเงินตามกำหนด เอกสารไม่ตรงกัน เป็นต้น การวินิจฉัยว่าผิดสัญญาต้องพิจารณาร่วมกับข้อสัญญา แนวปฏิบัติทางการค้าระหว่างประเทศ (เช่น CISG) และกฎหมายที่ใช้บังคับ ผลทางกฎหมายรวมถึงการชดใช้ค่าเสียหาย การบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาต่อไป การบอกเลิกสัญญา การชำระค่าปรับผิดสัญญา เป็นต้น แตกต่างจาก 'เหตุสุดวิสัย' เพราะการผิดสัญญามักเกิดจากความผิดของฝ่ายหนึ่ง ส่วนเหตุสุดวิสัยสามารถยกเว้นความรับผิดได้ เมื่อเทียบกับ 'การผิดสัญญาอย่างร้ายแรง' การผิดสัญญาทั่วไปไม่จำเป็นต้องให้สิทธิอีกฝ่ายบอกเลิกสัญญาเสมอไป ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศควรระวัง: สัญญาควรระบุข้อกำหนดความรับผิดในการผิดสัญญา ระยะเวลาเรียกร้องค่าเสียหาย และวิธีการระงับข้อพิพาทอย่างชัดเจน เมื่อเกิดการผิดสัญญาควรเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและส่งหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกถือว่าสละสิทธิ์เนื่องจากการนิ่งเงียบหรือความล่าช้า

📝 ตัวอย่าง

1. เนื่องจากผู้ขายไม่จัดส่งสินค้าตามเวลาที่กำหนดในเลตเตอร์ออฟเครดิต ถือเป็นการผิดสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากความสูญเสียในตลาดอันเนื่องมาจากการส่งมอบล่าช้า (คำอธิบาย: ผู้ขายฝ่าฝืนข้อกำหนดเวลาส่งมอบสินค้า ผู้ซื้อเรียกร้องค่าเสียหาย) 2. ผู้ซื้อไม่เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตแบบเพิกถอนไม่ได้ภายใน 15 วันตามที่กำหนดในสัญญา ถือเป็นการผิดสัญญาอย่างร้ายแรง ผู้ขายสามารถบอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้ (คำอธิบาย: ผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามหน้าที่เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต ถือเป็นการผิดสัญญาอย่างร้ายแรง ผู้ขายสามารถบอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้)

💡 เคล็ดลับการค้า

📧 ผู้ช่วยอีเมลธุรกิจ