เงินประกันไม่เพียงพอ

ภาษา: 中文 | English | Español | 日本語 | 한국어 | Tiếng Việt | ไทย | Русский

📖 คำอธิบายโดยละเอียด

การประกันภัยไม่เพียงพอ (Under Insurance) หมายถึงจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยแจ้งต่อบริษัทประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าจริงของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยหรือผลประโยชน์ที่เอาประกันภัย ส่งผลให้เมื่อเกิดความเสียหาย ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถได้รับค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวน ในทางปฏิบัติด้านการค้าระหว่างประเทศมักพบในกรณีการประกันภัยการขนส่งสินค้า การประกันภัยสินเชื่อ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ผู้ส่งออกทำประกันภัยตามจำนวนใบแจ้งหนี้ 110% แต่มูลค่าจริงของสินค้าสูงกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัยเนื่องจากค่าขนส่ง กำไรที่คาดหวัง เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการประกันภัยไม่เพียงพอ สถานการณ์การใช้งานรวมถึง: เลตเตอร์ออฟเครดิตกำหนดให้จำนวนเงินเอาประกันภัยเป็น 110% ของจำนวนใบแจ้งหนี้ แต่ทำประกันภัยเพียง 100% หรือเมื่อสินค้าเกิดความเสียหายบางส่วน บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัดส่วน ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระส่วนต่างเอง ข้อควรระวัง: การประกันภัยไม่เพียงพออาจทำให้หลักการเฉลี่ย (Average Clause) มีผลบังคับใช้ กล่าวคือ จำนวนเงินค่าสินไหมทดแทน = จำนวนความเสียหาย × (จำนวนเงินเอาประกันภัย / มูลค่าที่เอาประกันภัย) นอกจากนี้ ผู้รับประกันภัยอาจปฏิเสธที่จะจ่ายส่วนที่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ตรงกันข้ามกับ 'การประกันภัยเกิน' (Over Insurance) ซึ่งหมายถึงจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงกว่ามูลค่าที่เอาประกันภัย ส่วนที่เกินไม่มีผล ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศควรคำนวณมูลค่าสินค้าอย่างแม่นยำ (เช่น ราคา CIF บวกกำไรที่คาดหวัง) เพื่อให้จำนวนเงินเอาประกันภัยเพียงพอ และควรใส่ใจเงื่อนไขการประกันภัยในเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญา

📝 ตัวอย่าง

1. ภายใต้สัญญา CIF ผู้ขายทำประกันภัยเพียง 100% ของจำนวนใบแจ้งหนี้ แต่เลตเตอร์ออฟเครดิตกำหนด 110% ทำให้เกิดการประกันภัยไม่เพียงพอ ธนาคารอาจปฏิเสธเอกสาร (คำอธิบาย: เงื่อนไขเลตเตอร์ออฟเครดิตไม่สอดคล้องกับจำนวนเงินเอาประกันภัยก่อให้เกิดความเสี่ยง) 2. สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่งทางทะเล บริษัทประกันภัยอ้างการประกันภัยไม่เพียงพอ จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัดส่วน 80% ของความเสียหาย ส่วนที่เหลือ 20% ผู้ส่งออกรับภาระเอง (คำอธิบาย: หลักการเฉลี่ยทำให้ความเสียหายส่วนหนึ่งไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทน)

💡 เคล็ดลับการค้า

📧 ผู้ช่วยอีเมลธุรกิจ