นิยามสั้น ๆ
ภาษีนำเข้า (Import Tax) คือค่าใช้จ่ายที่สรรพากรของประเทศปลายทางเรียกเก็บเมื่อสินค้าจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศนั้น โดยปกติจะประกอบด้วย อากรขาเข้า (Customs Duty) และ ภาษีมูลค่าเพิ่มนำเข้า (Import VAT) หรือในบางประเทศอาจมีภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติมหากสินค้าอยู่ในกลุ่มควบคุม เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ เครื่องสำอางบางประเภท
พูดง่าย ๆ คือ ต้นทุนที่โผล่มา "หลังบ้าน" ของราคาสินค้า ถ้าไม่คำนวณล่วงหน้า กำไรที่คิดไว้ตอนตั้งราคาอาจหายไปทั้งก้อน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
ลองนึกถึงการสั่ง ชานมไข่มุกจากร้านต่างจังหวัด ส่งมาที่บ้านคุณ
- ราคาหน้าเมนู = ราคาสินค้า (Product Value)
- ค่าส่งต่างจังหวัด = ค่าขนส่งระหว่างประเทศ (Freight)
- แต่พอของมาถึงบ้านคุณ มี "คนเก็บเงินปลายทาง" ยืนรออยู่ และคิดเพิ่มอีก 2 รายการ คือ ค่าผ่านทาง (อากรขาเข้า) และ ค่าบริการสังคม (VAT)
เจ้าหน้าที่ศุลกากรคือ "คนเก็บเงินปลายทาง" คนนั้น — ไม่จ่าย = ไม่ได้รับของ
สำหรับคนขาย DTC สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณขายแบบ DDP (Delivered Duty Paid) คุณคือคนรับผิดชอบภาษีนี้ ไม่ใช่ลูกค้า
สูตรคำนวณ
CIF = ราคาสินค้า (FOB) + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ + ประกันภัย อากรขาเข้า = CIF × อัตราอากรขาเข้า ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม = CIF + อากรขาเข้า VAT นำเข้า = ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม × อัตรา VAT ภาษีนำเข้ารวม = อากรขาเข้า + VAT นำเข้า
ตัวอย่างจริง (นำเข้าไปประเทศไทย):
| รายการ | มูลค่า |
|---|---|
| ราคาสินค้า (FOB) | 1,000 THB |
| ค่าขนส่งระหว่างประเทศ | 300 THB |
| ประกันภัย | 20 THB |
| **CIF** | **1,320 THB** |
| อากรขาเข้า (10%) | 132 THB |
| ฐาน VAT | 1,452 THB |
| VAT 7% | 101.64 THB |
| **ภาษีนำเข้ารวม** | **233.64 THB** |
จะเห็นว่าภาษีไม่ได้คิดจากราคาสินค้าเปล่า ๆ แต่คิดจาก CIF ซึ่งรวมค่าส่งและประกันเข้าไปแล้ว — นี่คือจุดที่คนทำอีคอมเมิร์ซมือใหม่พลาดบ่อยที่สุด
ตารางเปรียบเทียบ: ประเทศปลายทางยอดนิยม
| ประเทศ | เกณฑ์ปลอดภาษี (De Minimis) | อัตรา VAT | อากรขาเข้า (สินค้าทั่วไป) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| ไทย | 1,500 THB | 7% | 0–30% ตามพิกัด | ต่ำกว่า 1,500 บาทยกเว้นอากร แต่ VAT ยังเก็บตั้งแต่ปี 2024 |
| สหรัฐฯ | 800 USD | ไม่มี VAT | 0–20% | ใช้ระบบ Sales Tax รายรัฐ |
| สหภาพยุโรป | 150 EUR | 17–27% | 0–17% | IOSS ช่วยจัดการ VAT ล่วงหน้า |
| สหราชอาณาจักร | 135 GBP | 20% | 0–12% | ต่ำกว่า 135 ปอนด์เสียแค่ VAT |
| ออสเตรเลีย | 1,000 AUD | 10% GST | 0–5% | ต่ำกว่า 1,000 AUD ยกเว้น |
หมายเหตุ: เกณฑ์เหล่านี้อัปเดตบ่อยมาก โดยเฉพาะไทยที่เพิ่งปรับกฎ VAT สำหรับพัสดุต่ำกว่า 1,500 บาท ควรเช็คกับไปรษณีย์หรือตัวแทนศุลกากรก่อนทุกครั้ง
ใช้จริงในสถานการณ์ไหน
1. ตั้งราคาขาย DTC
ถ้าคุณขายสินค้าจากจีนเข้าไทย ราคาทุน 500 บาท ค่าส่ง 100 บาท ภาษีนำเข้ารวมประมาณ 90 บาท → ต้นทุนจริง = 690 บาท ไม่ใช่ 500 บาท ถ้าตั้งราคาขาย 799 บาท กำไรจริงเหลือแค่ ~109 บาท ก่อนหักค่า ads และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
2. เลือก Incoterms
- DDP — คุณจ่ายภาษีเอง ลูกค้าไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เหมาะกับประสบการณ์ลูกค้าดี แต่คุณต้องคำนวณภาษีแม่น
- DDU/DAP — ลูกค้าจ่ายภาษีตอนรับของ มักเจอปัญหา "ลูกค้าปฏิเสธรับพัสดุ" เพราะไม่รู้มาก่อนว่าต้องจ่ายเพิ่ม
3. วางแผนสต็อกในคลังต่างประเทศ
การส่งแบบ Bulk ไปเก็บที่ Fulfillment Center ในไทยหรือมาเลเซีย ช่วยลดต้นทุนต่อชิ้นได้มาก เพราะค่าขนส่งต่อหน่วยต่ำลง → CIF ต่ำลง → ภาษีต่อชิ้นต่ำลง
4. คำนวณจุดคุ้มทุนสำหรับ Free Shipping
หลายร้านดูดซับภาษีไว้ในราคา ถ้าภาษีนำเข้าเฉลี่ย 15% ของ CIF คุณต้องบวก margin เพิ่มอย่างน้อย 20% เพื่อรักษากำไร
ที่พบบ่อย
1: "ของถูกไม่ต้องเสียภาษี"
จริงแค่บางส่วน ไทยยกเว้นอากรสำหรับพัสดุต่ำกว่า 1,500 บาท แต่ VAT 7% ยังเก็บ ตั้งแต่พฤษภาคม 2024 เป็นต้นมา
2: "ภาษีคิดจากราคาที่จ่ายจริง"
ไม่ใช่ ภาษีคิดจาก CIF ซึ่งรวมค่าส่งและประกัน ถ้าคุณซื้อของ 1,000 บาท แต่ค่าส่ง 500 บาท ภาษีคิดจาก 1,500 บาท
3: "เขียนราคาต่ำในใบกำกับจะช่วยลดภาษี"
ผิดกฎหมายและเสี่ยงของถูกยึด ปรับ และขึ้นบัญชีดำ ศุลกากรมีฐานข้อมูลราคาอ้างอิงสินค้าแต่ละประเภท
4: "DDP ดีเสมอ"
ไม่เสมอไป เพราะคุณแบกความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราภาษีที่อาจเปลี่ยน ถ้าคุณขายสินค้าหลากหลายประเภท การคำนวณ DDP ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกินกำไรทั้งเดือน
5: "VAT ที่จ่ายนำเข้าขอคืนได้"
สำหรับ นิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT ในไทย สามารถขอคืนได้ผ่านระบบภาษีซื้อ แต่สำหรับ บุคคลธรรมดา หรือร้านค้าที่ไม่ได้จด VAT จะขอคืนไม่ได้
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- CIF (Cost, Insurance, Freight) — ฐานคำนวณภาษีนำเข้า
- De Minimis — เกณฑ์มูลค่าที่ต่ำกว่าซึ่งได้รับการยกเว้นภาษี
- Incoterms — ข้อกำหนดการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ (DDP, DDU, FOB ฯลฯ)
- HS Code — รหัสพิกัดสินค้าที่กำหนดอัตราภาษี
- IOSS — ระบบจัดเก็บ VAT ล่วงหน้าของ EU
- Duty Drawback — การขอคืนอากรสำหรับสินค้าส่งออก
- Fulfillment Center — คลังสินค้าปลายทางที่ช่วยลดต้นทุนนำเข้าต่อชิ้น
- Landed Cost — ต้นทุนรวมทั้งหมดจนถึงมือลูกค้า (รวมภาษีนำเข้า)
สรุปสั้น ๆ: ภาษีนำเข้าคือต้นทุนที่มองไม่เห็นจากหน้าร้าน แต่เห็นชัดในงบกำไรขาดทุน ถ้าคุณคำนวณ Landed Cost ตั้งแต่ต้น และเลือก Incoterms ให้เหมาะกับโมเดลธุรกิจ คุณจะตั้งราคาได้แม่น และไม่เจอเซอร์ไพรส์ตอนของถึงมือลูกค้า