ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Dead Stock

Dead Stock คืออะไร?

Dead Stock หรือที่คนไทยในวงการเรียกว่า "สินค้าค้างสต็อก" หรือ "ของตาย" หมายถึงสินค้าที่นอนนิ่งอยู่ในคลังสินค้ามานานเกินไป โดยแทบไม่มีการเคลื่อนไหวออกไปเลย ไม่ว่าจะเป็นเพราะขายไม่ออก ลูกค้าไม่สนใจ หรือกระแสหมดไปแล้วก็ตาม

พูดง่ายๆ คือ ของที่คุณจ่ายเงินซื้อมาแล้ว แต่เงินก้อนนั้น "ติดอยู่ในกล่อง" ไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดได้ ยิ่งเก็บนาน ยิ่งกัดกินกำไร เพราะต้องจ่ายค่าพื้นที่จัดเก็บไปเรื่อยๆ

ในธุรกิจ DTC (Direct-to-Consumer) และอีคอมเมิร์ซ ปัญหา Dead Stock เป็นตัวฆ่ากำไรอันดับต้นๆ ที่เจ้าของร้านมักมองข้าม เพราะมัวแต่โฟกัสยอดขาย ไม่ได้ดูว่า "ของที่เหลืออยู่" มันหนักแค่ไหน


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ลองนึกถึง ตู้เย็นที่คุณซื้อของสดมาเต็มคัน

- ของที่ขายดี = ผักผลไม้ที่ขายหมดภายใน 2-3 วัน

- Dead Stock = กล่องนมที่ลืมไว้หลังตู้ หมดอายุไปแล้ว 3 เดือน

คุณยังจ่ายค่าไฟตู้เย็นทุกเดือน (ค่าเช่าคลัง) แต่ของข้างในกินไม่ได้แล้ว (ขายไม่ออก) และถ้าจะทิ้งก็ต้องเสียค่ากำจัดอีก (ค่าเคลียร์สต็อก)

หรืออีกภาพหนึ่ง — Dead Stock เหมือน เพื่อนร่วมห้องที่ไม่ได้จ่ายค่าเช่า แต่ยังนอนกินพื้นที่ในห้องคุณทุกคืน


สูตรคำนวณที่ต้องรู้

1. Inventory Turnover Ratio (อัตราการหมุนของสต็อก)

Inventory Turnover = ต้นทุนสินค้าที่ขายได้ (COGS) ÷ มูลค่าสต็อกเฉลี่ย

ตัวอย่าง: ร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งมี COGS ปีละ 1,200,000 บาท และมีมูลค่าสต็อกเฉลี่ย 300,000 บาท

Inventory Turnover = 1,200,000 ÷ 300,000 = 4 ครั้ง/ปี

หมายความว่าสต็อกหมุน 4 รอบต่อปี หรือขายหมดทุกๆ 3 เดือน — ถ้าสินค้าตัวไหนหมุนช้ากว่านี้มาก แปลว่าเริ่มเข้าข่าย Dead Stock

2. Carrying Cost (ต้นทุนการถือครอง)

Carrying Cost = มูลค่าสต็อก × (25% ต่อปี)

ค่าเฉลี่ยมาตรฐานของต้นทุนถือครองสต็อกอยู่ที่ 20-30% ต่อปี ของมูลค่าสินค้า ประกอบด้วยค่าเช่าคลัง ค่าประกัน ค่าเสื่อมสภาพ และค่าเสียโอกาสของเงินทุน

ตัวอย่าง: ถ้ามี Dead Stock มูลค่า 500,000 บาท แปลว่าคุณกำลังแบกต้นทุนแฝงปีละ 125,000 บาท โดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย

3. อายุสต็อก (Days Inventory Outstanding)

DIO = (สต็อกเฉลี่ย ÷ COGS) × 365

ถ้า DIO เกิน 120 วัน สำหรับสินค้าแฟชั่น หรือเกิน 180 วัน สำหรับสินค้าทั่วไป = ธงแดง


ตารางเปรียบเทียบ: Dead Stock vs สินค้าปกติ vs Slow-Moving

เกณฑ์สินค้าขายดี (Fast-Moving)สินค้าขายช้า (Slow-Moving)Dead Stock (ค้างสต็อก)
อัตราการหมุน/ปี6-12 ครั้ง2-3 ครั้งน้อยกว่า 1 ครั้ง
อายุสต็อก30-60 วัน90-150 วันมากกว่า 180 วัน
ยอดขายต่อเดือนมากกว่า 20% ของสต็อก5-10% ของสต็อก0-2% ของสต็อก
ต้นทุนถือครองต่ำปานกลางสูงมาก (กัดกำไร)
การจัดการเติมสต็อกเร่งด่วนทำโปรโมชันกระตุ้นต้องเคลียร์ทิ้ง/ตัดขาดทุน

ใช้จริงในธุรกิจ DTC อย่างไร?

1. ตรวจสุขภาพสต็อกทุกเดือน

ใช้ Dashboard ติดตาม SKU ที่ไม่มียอดขายเกิน 60 วัน ตั้ง Alert อัตโนมัติ ถ้า SKU ไหนเงียบเกิน 90 วัน ให้ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังทันที

2. แยกกลุ่มก่อนตัดสินใจ

- กลุ่มฟื้นได้ → ยิงแอดใหม่ ทำ Bundle จับคู่กับสินค้าขายดี

- กลุ่มฟื้นยาก → ลดราคา 30-50% ระบายผ่าน Flash Sale

- กลุ่มตายจริง → ขายเหมาให้ Liquidator หรือบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี

3. ใช้กลยุทธ์ Bundle & Cross-sell

จับ Dead Stock เป็นของแถมเมื่อซื้อครบยอด เช่น "ซื้อครบ 1,500 บาท รับฟรีกระเป๋ารุ่นเก่า" วิธีนี้ช่วยเคลียร์สต็อกโดยไม่ต้องลดราคาสินค้าหลัก

4. ตั้ง KPI การเคลียร์สต็อก

ตัวอย่างเป้าหมาย: ลด Dead Stock จาก 15% ของมูลค่าคลัง เหลือ ไม่เกิน 5% ภายใน 6 เดือน

5. ปรับการคาดการณ์ความต้องการ

ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือน + Seasonal Trend ก่อนสั่งของ อย่าสั่งเพราะ "คิดว่าน่าจะขายได้" โดยไม่มีตัวเลขรองรับ


ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย

❌ "เก็บไว้เดี๋ยวก็ขายได้"

ความจริง: ยิ่งเก็บนาน มูลค่าลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะแฟชั่น/อิเล็กทรอนิกส์ ที่ล้าสมัยเร็วมาก

❌ "ลดราคาแล้วเสียกำไร"

ความจริง: การตัดขาดทุน 30% ดีกว่าถือของไว้แล้วเสีย Carrying Cost 25% ต่อปี + ขาดทุน 100% ในที่สุด

❌ "Dead Stock เกิดจากสินค้าไม่ดี"

ความจริง: ส่วนใหญ่เกิดจาก การสั่งซื้อที่ผิดพลาด (Over-ordering) หรือ คาดการณ์ Demand ผิด ไม่ใช่ตัวสินค้า

❌ "ขายเหมาให้ Liquidator คือความล้มเหลว"

ความจริง: การได้เงินคืน 20-40% เร็วกว่าการถือของไว้ 1 ปีโดยไม่ได้อะไรเลย

❌ "Dead Stock ไม่กระทบกระแสเงินสด"

ความจริง: มันคือศัตรูตัวฉกาจของ Cash Flow เพราะเงินจมอยู่ในของที่ขายไม่ได้


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- Slow-Moving Stock — สินค้าขายช้า ยังพอขยับได้ แต่ต้องจับตา

- Overstock — สต็อกเกินความต้องการ ยังไม่ถึงขั้น Dead แต่ใกล้

- Inventory Turnover — อัตราการหมุนสต็อก ตัวชี้วัดสุขภาพคลัง

- Carrying Cost — ต้นทุนการถือครองสต็อก คิดเป็น % ต่อปี

- Liquidation — การระบายสินค้าแบบขายเหมา มักได้ราคาต่ำ

- Shrinkage — การสูญหายของสต็อก จากการเสื่อมสภาพ/สูญหาย

- Aging Inventory Report — รายงานอายุสต็อก เครื่องมือหลักในการเช็ก Dead Stock

- ABC Analysis — การจัดกลุ่มสินค้าตามมูลค่าและการหมุน เพื่อจัดลำดับความสำคัญ


สรุปสั้นๆ: Dead Stock ไม่ใช่แค่ "ของเหลือ" แต่คือ เงินที่ถูกแช่แข็ง ในคลังของคุณ ยิ่งปล่อยไว้นาน ต้นทุนแฝงยิ่งบวกทบ ทางออกที่ดีที่สุดคือ ตรวจให้เร็ว ตัดสินใจให้ไว และเคลียร์ให้หมด ก่อนที่มันจะกินกำไรของคุณไปมากกว่านี้