第301篇 谓秦王曰臣窃惑之

出处:战国策·秦策五

语言: 中文 English Español 日本語 한국어 Tiếng Việt ไทย Русский

📜 原文(文言文)

谓秦王曰:“臣窃惑之。大王之亲臣,不若父之爱子;王之诸臣,不若兄弟之亲。然则王何不察也?夫以曾参之孝,而为父所疑;以伯夷之廉,而为人所疑。今王之上书者,皆曰:‘臣闻忠臣之事君也,必尽智以效之,不避死亡。’而王不察,则臣恐忠臣之不为用也。臣闻之:‘弗知而言为不智,知而不言为不忠。’为人臣不忠,当死;言不审,亦当死。虽然,臣愿悉言所闻,唯大王裁之。”

📖 白话文翻译

มีผู้กล่าวกับพระเจ้าฉินว่าว่า “ข้าพเจ้าแอบรู้สึกฉงนสนเท่ห์อยู่เป็นอันมาก พระองค์ทรงใกล้ชิดข้าราชบริพาร ย่อมไม่เสมอด้วยบิดารักบุตร หมู่ข้าราชบริพารของพระองค์ ย่อมไม่เสมอด้วยพี่น้องที่สนิทสนมกัน หากเป็นเช่นนี้ เหตุใดพระองค์จึงไม่ทรงพิจารณาให้ถี่ถ้วนเล่า? เซิงจันผู้กตัญญูเยี่ยงนั้น ยังถูกบิดาระแวง ปั๋วอีผู้บริสุทธิ์เยี่ยงนั้น ยังถูกผู้อื่นกังขา บัดนี้ผู้ที่กราบทูลหนังสือต่อพระองค์ล้วนกล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าได้ยินว่า ข้าราชบริพารผู้จงรักภักดีปรนนิบัติเจ้านาย ย่อมทุ่มเทสติปัญญาและกำลังทั้งหมด โดยไม่หลีกเลี่ยงความตาย’ แต่พระองค์มิได้ทรงพิจารณาให้ถี่ถ้วน ข้าพเจ้ากลัวว่า ผู้จงรักภักดีทั้งหลายจะไม่ได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติราชการอีกต่อไป ข้าพเจ้าได้ยินว่า ‘ไม่เข้าใจสถานการณ์แล้วกล่าววาจา ย่อมไม่เป็นผู้มีปัญญา รู้แจ้งแล้วแต่ไม่กล่าว ย่อมไม่เป็นผู้ซื่อสัตย์’ ในฐานะข้าราชบริพาร หากไม่ซื่อสัตย์ ก็สมควรได้รับโทษถึงตาย หากกล่าววาจาไม่รอบคอบ ก็สมควรได้รับโทษถึงตายเช่นกัน กระนั้นก็ดี ข้าพเจ้าปรารถนาจะกล่าวสิ่งที่ได้ยินมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ขอเพียงพระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเท่านั้น”

💡 商战启示录

กลยุทธ์นี้เผยให้เห็นวิกฤตความไว้วางใจระหว่างผู้นำและผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ผู้ใต้บังคับบัญชาจะแสดงความจงรักภักดี แต่หากผู้นำไม่หยั่งรู้ถึงแก่นแท้ ไม่สร้างความไว้วางใจอย่างเป็นรูปธรรม แม้ผู้ที่ภักดีอย่างแท้จริงก็อาจเย็นชาและจากลาไป ในโลกธุรกิจสมัยใหม่ ผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากที่ถูกส่งลงมาประจำองค์กร มักพบว่าพนักงานแสดงความยอมจำนนเพียงผิวเผิน แต่เบื้องหลังกลับทำเป็นรับคำสั่งแต่ไม่ปฏิบัติตามจริง รากเหง้าของปัญหาอยู่ที่ผู้นำมิได้ใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาเยี่ยงบิดาผู้เมตตาต่อบุตร อาศัยเพียงรายงานหรือตัวเลขผลประกอบการในการตัดสินใจ ทำให้ข้อมูลที่ได้รับคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น ซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งพึ่งพารายงานจากผู้บริหารระดับกลางมากเกินไป ละเลยเสียงสะท้อนจากแนวหน้า สุดท้ายทีมงานหลักพากันลาออกเป็นกลุ่ม โครงการล่มสลาย ในทางตรงกันข้าม เหรินเจิ้งเฟยแห่งหัวเว่ยสนับสนุนแนวคิด “ให้ผู้ที่ได้ยินเสียงปืนเป็นผู้เรียกหาการสนับสนุน” โดยการลงพื้นที่สำรวจและสร้างกลไกการสื่อสารที่โปร่งใส ทำให้พนักงานกล้าที่จะพูดความจริง ความจงรักภักดีจึงเพิ่มพูนขึ้น กลยุทธ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า ผู้นำต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง “คำทักท้วงที่จริงใจ” กับ “คำประจบประแจง” เช่นเดียวกับพระเจ้าฉินหวังที่ต้องพิจารณาเจตนาของผู้ที่ยื่นฎีกา ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ผู้บริหารควรสร้างกลไกการตรวจสอบข้อมูลจากหลายช่องทาง เช่น การให้ข้อเสนอแนะโดยไม่เปิดเผยตัวตน การสนทนาข้ามระดับชั้น เพื่อมิให้ถูกหลอกด้วยถ้อยคำเพียงด้านเดียว ขณะเดียวกัน ต้องปฏิบัติเยี่ยงบิดาของจิงเซี่ย ซึ่งแม้แต่กับผู้ใกล้ชิด ก็ยังต้องยึดถือข้อเท็จจริงเป็นที่ตั้ง มิใช่ตัดสินจากอารมณ์หรือภาพลักษณ์ภายนอก ท้ายที่สุด ความไว้วางใจมิใช่สิ่งที่มีทิศทางเดียว ผู้นำต้อง “หยั่งรู้” อย่างกระตือรือร้น และพิสูจน์ด้วยการกระทำว่าตนให้คุณค่าต่อผู้มีความสามารถ จึงจะปลุกเร้าความจงรักภักดีที่ “ทุ่มเทสติปัญญาทั้งหมด” จากทีมงาน และบรรลุชัยชนะร่วมกันของทั้งองค์กรและปัจเจกบุคคล