📖 คำอธิบายโดยละเอียด
สกุลเงินที่ใช้ชำระเงินสำหรับคำสั่งซื้อ (Payment Currency) คือประเภทสกุลเงินที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อใช้ในการชำระเงินค่าสินค้าตามคำสั่งซื้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุน ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และความปลอดภัยในการรับเงินของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย สถานการณ์การใช้งานรวมถึง: การระบุสกุลเงินภายใต้วิธีการชำระเงินเช่น L/C, T/T, D/P เป็นต้น ข้อควรระวัง: 1) ต้องสอดคล้องกับสกุลเงินในสัญญาและสกุลเงินในใบแจ้งหนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ธนาคารปฏิเสธการชำระหรือล่าช้าเนื่องจากสกุลเงินไม่ตรงกัน; 2) ควรให้ความสนใจกับการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศที่ออกสกุลเงิน แนะนำให้เพิ่มข้อกำหนดป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน; 3) หากเป็นสกุลเงินอ่อน ผู้ส่งออกสามารถขอเพิ่มราคาหรือทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความแตกต่างจากคำศัพท์อื่น: สกุลเงินที่ใช้ชำระเงินแตกต่างจากสกุลเงินที่ใช้คำนวณราคา สกุลเงินที่ใช้คำนวณราคาใช้สำหรับคำนวณราคา สกุลเงินที่ใช้ชำระเงินใช้สำหรับการชำระเงินจริง ทั้งสองอาจเหมือนหรือต่างกันก็ได้; ยังแตกต่างจากสกุลเงินที่ใช้ชำระบัญชี ซึ่งเน้นสกุลเงินที่ใช้ในการชำระบัญชีระหว่างธนาคาร ในทางปฏิบัติควรเขียนให้ชัดเจนเช่น 'Payment Currency: USD' และกำหนดกฎการแปลงอัตราแลกเปลี่ยน
📝 ตัวอย่าง
1. เงินทั้งหมดภายใต้สัญญานี้ใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระเงิน ผู้ซื้อควรโอนเงินค่าสินค้าผ่านการโอนเงินทางโทรเลขไปยังบัญชีที่ผู้ขายกำหนด (คำอธิบาย: ระบุสกุลเงินที่ใช้ชำระเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐอย่างชัดเจน และกำหนดวิธีการชำระเงิน)
2. หากทั้งสองฝ่ายตกลงใช้ยูโรเป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระเงิน แต่สกุลเงินหลักในการบันทึกบัญชีของผู้ขายเป็นหยวน จำเป็นต้องเพิ่มข้อกำหนดการล็อกอัตราแลกเปลี่ยนในสัญญา เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากอัตราแลกเปลี่ยน (คำอธิบาย: แสดงการควบคุมความเสี่ยงเมื่อสกุลเงินที่ใช้ชำระเงินไม่สอดคล้องกับสกุลเงินที่ใช้บันทึกบัญชี)