ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Remarketing Audience

นิยาม

Remarketing Audience หรือที่คนไทยในวงการยิงแอดเรียกกันติดปากว่า "กลุ่มรีมาร์เก็ตติ้ง" หรือ "คนที่เคยเข้าเว็บเราแล้ว" คือกลุ่มผู้ใช้ที่ถูกจัดแบ่งออกเป็นเซกเมนต์ตามพฤติกรรมที่ผ่านมา เพื่อใช้ยิงโฆษณาแบบเจาะจงเฉพาะคนกลุ่มนี้ซ้ำอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายหลัก 2 อย่างคือ ดึงกลับมาซื้อ (Win-back) และ ขายเพิ่ม/ขายไขว้ (Cross-sell / Upsell)

พูดง่าย ๆ คือแทนที่จะยิงโฆษณาไปหาคนทั้งประเทศแบบหว่านแห คุณจะยิงเฉพาะคนที่ "เคยสนใจเราแล้วแต่ยังไม่ซื้อ" หรือ "ซื้อแล้วแต่ยังไม่ซื้อซ้ำ" ซึ่งต้นทุนต่อผลลัพธ์ (CPA) มักถูกกว่าการหาลูกค้าใหม่ 2-5 เท่า

ในระบบโฆษณาอย่าง Meta Ads, Google Ads, TikTok Ads หรือ LINE Ads กลุ่มนี้จะถูกสร้างจาก Pixel / SDK / Customer List แล้วเก็บไว้ในฐานะ Audience ที่พร้อมหยิบมาใช้ยิงได้ทันที


อุปกรณ์เปรียบเทียบ (Analogy)

ลองนึกภาพร้านกาแฟหน้า ม. กับพนักงานที่จำหน้าลูกค้าได้

- Cold Audience = คนเดินผ่านหน้าร้านที่ไม่เคยรู้จักร้านเลย ต้องยื่นใบปลิวให้

- Remarketing Audience = คนที่เคยเดินเข้าร้าน จิบลาเต้ไปแล้วครึ่งแก้ว แต่ยังไม่จ่ายเงิน หรือคนที่ซื้อเมื่อวานแต่วันนี้ยังไม่มา

พนักงานที่ฉลาดจะไม่ยื่นใบปลิวเหมือนเดิมให้คนกลุ่มนี้ แต่จะพูดว่า *"พี่ครับ ลาเต้แก้วเดิมไหมครับ วันนี้ลด 20%"* — นี่แหละคือหัวใจของรีมาร์เก็ตติ้ง


สูตรคำนวณที่ต้องรู้

1. ขนาดกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ (Effective Audience Size)

Effective Audience Size = ผู้ใช้ทั้งหมดในกลุ่ม − ผู้ใช้ที่ถูก Frequency Cap ตัดออก − ผู้ใช้ที่แปลงแล้ว (ถ้า exclude)

2. ต้นทุนต่อการได้ลูกค้าเปรียบเทียบ

CPA Remarketing = งบโฆษณาทั้งหมด ÷ จำนวน Conversion จากกลุ่มรีมาร์เก็ตติ้ง

3. ROAS รีมาร์เก็ตติ้ง

ROAS = รายได้จากกลุ่มรีมาร์เก็ตติ้ง ÷ ค่าโฆษณาที่ใช้กับกลุ่มนี้

4. Window ความสดของข้อมูล

Freshness Score = 1 / (จำนวนวันนับจากเหตุการณ์ ÷ 7)

ถ้าเหตุการณ์เกิดภายใน 7 วัน คะแนนจะสูงกว่า 0.5 ถือว่า "สด" พอยิงได้ แต่ถ้าเกิน 30 วันคะแนนจะต่ำกว่า 0.23 ควรยิงด้วยข้อเสนอที่หนักขึ้น


ตารางเปรียบเทียบกลุ่มเป้าหมาย

ประเภทกลุ่มที่มาต้นทุน CPA (ตัวอย่างจริง)อัตรา Conversionเหมาะกับ
Cold Audienceความสนใจ, Lookalike350-600 บาท0.8-1.5%สร้างการรับรู้
Engaged Audienceคนดูวิดีโอ 50%, กดถูกใจ180-320 บาท2-3%ปั้นความสนใจ
**Cart Abandoner**เพิ่มลงตะกร้าแต่ไม่จ่าย**80-150 บาท****8-12%**ดึงกลับทันที
Purchaser 30 วันซื้อแล้วใน 30 วัน120-250 บาท5-8%ขายไขว้
Lapsed 90 วันซื้อแล้วหายไป 90 วัน200-400 บาท3-5%Win-back

*หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นค่ามัธยฐานจากบัญชี e-commerce ไทยหมวดแฟชั่นและบิวตี้ ปี 2024-2025*


สถานการณ์ใช้งานจริง

1. ดึงตะกร้าที่ถูกทิ้ง (Cart Abandonment)

ลูกค้าไทยกว่า 68% เพิ่มสินค้าลงตะกร้าแล้วไม่จ่าย การยิง Dynamic Product Ads ภายใน 1-24 ชั่วโมงแรกหลังทิ้งตะกร้า มักได้ Conversion สูงกว่า 9% เทียบกับยิงแบบ cold ที่ได้แค่ 1.2%

2. ขายไขว้หลังซื้อครั้งแรก

ลูกค้าที่ซื้อครีมบำรุงผิว ควรยิงกลุ่ม "Purchaser 30 วัน" ด้วยเซรั่มหรือกันแดด เพราะโอกาสปิดการขายครั้งที่ 2 อยู่ที่ 27% เทียบกับลูกค้าใหม่ที่ปิดได้แค่ 5-7%

3. Win-back ลูกค้าเก่า 90 วัน

ในตลาดไทย ลูกค้าที่หายไป 3 เดือนมักกลับมาได้ถ้าให้โค้ดส่วนลด 15-20% โดยเฉพาะช่วง 11.11 และ 12.12 ที่คนไทยพร้อมช้อปมากเป็นพิเศษ

4. Cross-sell ตาม SKU

ลูกค้าซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ควรยิงกลุ่มนี้ด้วยถุงกรองหรือน้ำยาทำความสะอาด ใช้เวลา 30-60 วันหลังซื้อ จะได้ Conversion ประมาณ 11%


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. ตั้ง Window ยาวเกินไป

หลายคนตั้ง 180 วัน เพราะคิดว่ายิ่งกว้างยิ่งดี แต่จริง ๆ แล้วคนที่เข้าเว็บเกิน 30 วันความสนใจลดลงมาก ควรตั้ง 7-30 วันสำหรับ cart abandoner และ 30-90 วันสำหรับ purchaser

2. ไม่ Exclude คนที่ซื้อแล้ว

ถ้ายิงโปร "ซื้อครั้งแรก ลด 100" ไปหาคนที่ซื้อแล้ว ลูกค้าจะรู้สึกไม่แฟร์และอาจขอคืนเงิน ต้อง exclude กลุ่ม Purchaser ทุกครั้งที่ยิงโปรลูกค้าใหม่

3. Frequency สูงเกินไป

ยิงคนกลุ่มเดิมวันละ 8-10 ครั้ง ทำให้ CPM พุ่งและคนกดซ่อนโฆษณา ควรตั้ง Frequency Cap ที่ 2-3 ครั้ง/วัน และ 7-10 ครั้ง/สัปดาห์

4. ใช้ Creative เดิมกับทุกกลุ่ม

คนที่ทิ้งตะกร้าต้องการ "โค้ดส่วนลด" แต่คนที่ซื้อแล้วต้องการ "สินค้าใหม่ที่เกี่ยวข้อง" ถ้าใช้ภาพเดียวกันหมดจะเสียประสิทธิภาพ

5. ลืม Consent และ PDPA

ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับใช้ การเก็บ Customer List ต้องมี consent ชัดเจน ถ้าไม่มีอาจโดนปรับสูงถึง 5 ล้านบาท ต่อกรณี


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- Custom Audience — กลุ่มเป้าหมายที่สร้างจากข้อมูลของเราเอง

- Lookalike Audience — กลุ่มคนที่คล้ายกับรีมาร์เก็ตติ้งของเรา

- Dynamic Product Ads (DPA) — โฆษณาที่แสดงสินค้าตามพฤติกรรม

- Frequency Cap — การจำกัดจำนวนครั้งที่คนเห็นโฆษณา

- Attribution Window — หน้าต่างเวลาที่นับ Conversion

- PDPA — กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทย

- ROAS — ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา

- Cohort Analysis — การวิเคราะห์กลุ่มตามช่วงเวลาที่เข้ามา