นิยามสั้น ๆ
Paid Social คือการซื้อพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, TikTok, LINE, YouTube, X (Twitter) หรือ Pinterest เพื่อดึงคนกลุ่มที่เราต้องการให้เห็นสินค้า แล้วคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์หรือแชทของเรา
พูดง่าย ๆ คือ "การจ่ายเงินเพื่อให้โซเชียลพาคนที่ใช่มาหาเรา" ไม่ใช่หวังให้อัลกอริทึม organic พาแบบฟรี ๆ ที่ช้าและควบคุมไม่ได้
จุดที่ทำให้ Paid Social ต่างจากโฆษณาแบบเดิม คือ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดมาก เรากำหนดได้ว่าใครเห็น วัยไหน สนใจอะไร พฤติกรรมซื้อแบบไหน เคยเข้าร้านเราหรือยัง หรือแม้แต่คนที่ดูสินค้าแล้วไม่ซื้อ (retargeting)
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
ลองนึกว่าโซเชียลมีเดียคือ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีคนเดินเป็นล้านคนต่อวัน
- Organic Post = การยืนตะโกนหน้าร้านตัวเอง ใครเดินผ่านก็ได้ยิน บางวันมีคนเยอะ บางวันเงียบ
- Paid Social = การเช่าป้ายโฆษณาในทำเลที่คนเดินเยอะที่สุด และเลือกได้ด้วยว่าอยากให้ใครเห็นป้ายนี้ เช่น ผู้หญิงอายุ 25–34 ที่สนใจสกินแคร์และอยู่ในกรุงเทพฯ
- Retargeting = การเดินไปสะกิดคนที่เมื่อวานเดินเข้าร้านเราแล้วหยิบสินค้าดูแต่ยังไม่จ่ายเงิน
ความต่างหลักคือ การควบคุม — เราคุมงบ คุมคนเห็น คุมข้อความ และวัดผลได้ทันที
สูตรที่ต้องรู้
ตัวเลขที่คนทำ DTC ต้องเข้าใจมี 3 ตัวนี้
1. CPM (Cost per 1,000 Impressions)
CPM = (งบโฆษณา ÷ จำนวน Impressions) × 1,000
ตัวอย่าง: ใช้งบ 1,500 บาท ได้ 50,000 impressions
CPM = (1,500 ÷ 50,000) × 1,000 = 30 บาท
2. CPC (Cost per Click)
CPC = งบโฆษณา ÷ จำนวนคลิก
ตัวอย่าง: งบ 1,500 บาท ได้ 100 คลิก → CPC = 15 บาท
3. ROAS (Return on Ad Spend)
ROAS = รายได้จากแอด ÷ งบแอด
ตัวอย่าง: งบ 10,000 บาท ทำยอดขายได้ 45,000 บาท → ROAS = 4.5 เท่า
เกณฑ์คร่าว ๆ สำหรับสินค้า DTC ทั่วไป: ROAS ต่ำกว่า 2 มักขาดทุน, 3–4 คือพออยู่ได้, 5+ คือดี
ตารางเปรียบเทียบ: Paid Social vs ช่องทางอื่น
| หัวข้อ | Paid Social | Google Search Ads | Influencer (Organic) |
|---|---|---|---|
| คนเห็น | คนที่ไม่ได้ค้นหา แต่เราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ | คนที่กำลังค้นหาสินค้าอยู่แล้ว | ขึ้นกับฐานแฟนคลับของอินฟลูฯ |
| ความตั้งใจซื้อ | ปานกลาง ต้องสร้างความสนใจก่อน | สูงมาก พร้อมซื้อ | ปานกลาง ขึ้นกับความน่าเชื่อถือ |
| ความเร็วในการทดสอบ | เร็ว เปลี่ยน creative ได้ทุกวัน | เร็ว แต่ผูกกับ keyword | ช้า ต้องรอโพสต์และรอผล |
| การวัดผล | ละเอียดมาก (Pixel, CAPI, UTM) | ละเอียดมาก | ยากกว่า ต้องใช้โค้ดส่วนลด |
| เหมาะกับ | สร้างการรับรู้ + retargeting | เก็บคนที่พร้อมซื้อ | สร้างความน่าเชื่อถือ |
| งบเริ่มต้น | เริ่มได้ 100–300 บาท/วัน | เริ่มได้ 200–500 บาท/วัน | เริ่ม 3,000 บาทขึ้นไป |
ใช้จริงในธุรกิจ DTC แบบไหน
1. ตอนเปิดตัวสินค้าใหม่
ยังไม่มีคนรู้จัก ต้องใช้ Paid Social สร้างการรับรู้ก่อน ยิงวิดีโอสั้น 15 วินาทีบน TikTok หรือ Reels งบ 500 บาท/วัน ดูว่าคนหยุดดูหรือไม่
2. ตอนเก็บตะกร้า (Retargeting)
คนที่กดดูสินค้าแล้วไม่จ่าย คือกลุ่มที่ ROAS สูงที่สุด มักสูงกว่ากลุ่ม cold audience 2–3 เท่า ยิงซ้ำด้วยข้อความ "เหลือ 3 ชิ้น" หรือ "ส่งฟรีวันนี้"
3. ตอนทำยอดช่วง 9.9 / 10.10 / 11.11
เพิ่มงบ 2–3 เท่าในช่วง 3 วันก่อนแคมเปญ และเน้นข้อความส่วนลดชัด ๆ
4. ตอนทดสอบ creative
ยิง 3–5 แบบพร้อมกัน งบแบบละ 100–200 บาท/วัน ดูว่าแบบไหน CTR สูงสุด แล้วเอางบไปรวมที่ตัวที่ชนะ
ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย
"ยิงแอดแล้วต้องขายได้ทันที"
ไม่จริง Paid Social ทำงานเป็นขั้นบันได บางคนเห็น 3 ครั้งก่อนซื้อ ต้องดู ROAS ระยะ 7 วัน ไม่ใช่ดูแค่วันเดียว
"ยิ่งใช้งบเยอะ ยิ่งขายดี"
ไม่เสมอ ถ้า creative อ่อน งบเยอะแค่เพิ่มคนที่เลื่อนผ่าน ต้องแก้ที่ข้อความและภาพก่อนเพิ่มงบ
"กลุ่มเป้าหมายยิ่งแคบ ยิ่งดี"
แคบเกินไปทำให้ CPM แพง และระบบเรียนรู้ช้า ควรเริ่มกว้างแล้วให้อัลกอริทึมช่วยหาคน
"ยิงแล้ววัดผลไม่ต้องใช้ Pixel"
ถ้าไม่ติด Pixel หรือ Conversions API จะวัด ROAS ไม่ได้ และระบบก็หาคนที่ซื้อเก่งไม่ได้
"ทุกแพลตฟอร์มเหมือนกัน"
TikTok ได้เปรียบด้านการรับรู้, Facebook/Instagram ได้เปรียบด้าน retargeting, LINE เหมาะกับตลาดไทยเรื่องการปิดการขายผ่านแชท
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- Retargeting / Remarketing — ยิงคนที่เคยกับร้านเราแล้ว
- Lookalike Audience — กลุ่มคนที่คล้ายลูกค้าเดิมของเรา
- Cold Audience — คนที่ยังไม่รู้จักเรา
- Warm Audience — คนที่เคยเห็นหรือกดแล้ว
- Pixel / Conversions API — เครื่องมือวัดผลของ Meta
- Creative — ภาพ วิดีโอ หรือข้อความโฆษณา
- CTR (Click-Through Rate) — อัตราคนคลิกต่อคนเห็น
- CPA (Cost per Acquisition) — ต้นทุนต่อการได้ลูกค้า 1 คน
- ROAS — ตัวชี้วัดความคุ้มทุนที่คน DTC ใช้มากที่สุด
สรุปสั้น ๆ
Paid Social ไม่ใช่แค่ "จ่ายเงินแล้วรอขาย" แต่คือเครื่องมือที่ให้เราควบคุมได้ว่า ใครเห็น เห็นอะไร เมื่อไหร่ และวัดผลได้แค่ไหน สำหรับธุรกิจ DTC ในไทยที่แข่งขันสูง การเข้าใจ CPM, CPC และ ROAS คือพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ ยิ่งเริ่มทดสอบเร็วและปรับ creative บ่อย ยิ่งหาชุดที่ทำกำไรได้เร็วขึ้น
ถ้าจะเริ่มวันนี้ เริ่มจากงบ 300 บาท/วัน ยิง 3 creative ดูผล 3 วัน แล้วตัดสินใจจากตัวเลข ไม่ใช่จากความรู้สึก