ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Cost Per Mille

CPM คืออะไร

CPM (Cost Per Mille) คือตัวเลขที่บอกว่า "ถ้าอยากให้โฆษณาของเราโชว์ 1,000 ครั้ง ต้องจ่ายเท่าไหร่" คำว่า *Mille* มาจากภาษาละตินแปลว่า 1,000 ดังนั้น CPM จึงไม่ใช่ยอดใช้จ่ายรวม แต่เป็น ราคาต่อหน่วยการมองเห็น ที่แพลตฟอร์มอย่าง Meta, TikTok, Google หรือ LINE ใช้คิดเงินกับแบรนด์ที่เน้นการสร้างการรับรู้ (Awareness)

ในโลก DTC ไทย หลายคนสับสนว่า CPM คือ "ราคาที่เราจ่ายให้แพลตฟอร์ม" ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือ ราคาที่ระบบประมูล (Auction) คำนวณออกมา หลังจากแข่ง bid กับแบรนด์อื่นในวินาทีนั้น ยิ่งมีคนแย่งพื้นที่โฆษณาเยอะ CPM ยิ่งสูง


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ลองนึกถึง ป้ายโฆษณาข้างทาง บนถนนสุขุมวิท

- ถ้ามีรถวิ่งผ่านป้าย 1,000 คัน = เราเห็นคน 1,000 ครั้ง

- ค่าเช่าป้ายต่อเดือน 30,000 บาท

- เท่ากับ CPM = 30 บาท

แต่ถ้าย้ายป้ายไปอยู่ซอยเล็ก ๆ ที่มีรถผ่านแค่ 200 คัน/วัน CPM จะพุ่งสูงขึ้นทันที เพราะพื้นที่โฆษณาไม่ได้ "ถูก" ลง แค่คนเห็นน้อยลง

ในโลกออนไลน์ก็เหมือนกัน — CPM ต่ำไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ถ้ากลุ่มเป้าหมายไม่ตรง ต่อให้จ่าย 15 บาทต่อ 1,000 impressions ก็อาจไม่ได้ยอดขายกลับมา


สูตรคำนวณ CPM

CPM = (ค่าโฆษณาทั้งหมด ÷ จำนวน Impressions) × 1,000

ตัวอย่างจริง:

รายการค่า
งบโฆษณา TikTok Ads12,000 บาท
Impressions480,000 ครั้ง
CPM(12,000 ÷ 480,000) × 1,000 = **25 บาท**

ตัวอย่างที่ 2 — Meta Ads:

- ใช้จ่าย 8,500 บาท

- Impressions 210,000

- CPM = (8,500 ÷ 210,000) × 1,000 = 40.48 บาท

ตัวอย่างที่ 3 — LINE Ads:

- ใช้จ่าย 5,000 บาท

- Impressions 125,000

- CPM = (5,000 ÷ 125,000) × 1,000 = 40 บาท


CPM vs CPC vs CPA — ต่างกันยังไง

ตัวชี้วัดคิดจากอะไรเหมาะกับตัวอย่างราคาตลาดไทย
**CPM**ต่อ 1,000 impressionsสร้างการรับรู้, แบรนด์20–80 บาท
**CPC**ต่อ 1 clickอยากได้คนเข้าเว็บ3–15 บาท
**CPA**ต่อ 1 conversionอยากได้ยอดขาย80–500 บาท
**CPV**ต่อ 1 view (วิดีโอ)TikTok, YouTube0.3–2 บาท

ข้อสังเกต: CPM สูงไม่ได้แปลว่าแพง ถ้า CPC และ CPA ยังต่ำอยู่ เพราะโฆษณาที่คนดูแล้วคลิกเยอะ มักมี CPM สูงกว่าโฆษณาที่คนเลื่อนผ่าน


ใช้ CPM ตอนไหนถึงคุ้ม

1. เปิดตัวสินค้าใหม่

ตอนเปิดตัวครีมบำรุงผิวใหม่ แบรนด์ยังไม่มีคนรู้จัก ต้องซื้อ CPM เพื่อให้คนเห็นเยอะ ๆ ก่อน เป้าหมายคือ Reach ไม่ใช่ยอดขายทันที

2. ทำ Brand Awareness แคมเปญใหญ่

เช่น แคมเปญ 11.11 ที่ต้องยิงโฆษณาให้คนจำแบรนด์ได้ก่อนวันขายจริง 2 สัปดาห์

3. รีทาร์เก็ตติ้งกลุ่มใหญ่

ยิงโฆษณาซ้ำให้คนที่เคยดูวิดีโอ 75% แล้ว แต่ยังไม่ซื้อ — กลุ่มนี้ CPM มักถูกกว่า Cold Audience เพราะระบบรู้จักคนกลุ่มนี้ดี

4. ทดสอบ Creative

ใช้ CPM วัดว่า creative แบบไหน "หยุดนิ้ว" คนได้ดีกว่า ถ้า CPM ต่ำกว่า 30 บาทในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน แปลว่าเนื้อหาน่าสนใจกว่า


กับดักที่เจอบ่อย

❌ ดู CPM อย่างเดียว

CPM ถูกแต่ Reach ไม่ตรงกลุ่ม = เสียเงินฟรี ต้องดู Frequency (ความถี่ที่คนเห็นซ้ำ) ประกอบด้วย ถ้า Frequency > 3 แล้ว CPM ยังถูก แปลว่ายิงซ้ำคนเดิม

❌ คิดว่า CPM คือราคาที่เราตั้งได้

จริง ๆ แล้ว CPM มาจากการประมูล เราแค่ตั้ง Bid Cap ได้ แต่ราคาสุดท้ายขึ้นกับคู่แข่ง ช่วงเทศกาล CPM ไทยพุ่งได้ 2–3 เท่า

❌ เอา CPM ข้ามแพลตฟอร์มมาเทียบกันตรง ๆ

CPM TikTok กับ CPM Google Display ไม่สามารถเทียบกันได้ เพราะคุณภาพการมองเห็น (Viewability) ต่างกัน TikTok อาจดูเหมือนถูกกว่า แต่คนดูแค่ 1 วินาทีก็เลื่อนผ่าน

❌ ลด CPM โดยไม่ดูคุณภาพ

บางคนลด CPM ด้วยการขยายกลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไป ผลคือได้ Impressions เยอะแต่ CTR ตก และ CPA พุ่ง


ตัวเลขที่ควรจำ

- CPM เฉลี่ยไทย (Meta): 35–60 บาท

- CPM เฉลี่ยไทย (TikTok): 20–45 บาท

- CPM ช่วง 11.11 / 12.12: สูงขึ้น 40–80% จากวันปกติ

- Frequency ที่ควรเฝ้า: ไม่เกิน 2.5–3 ครั้ง/คน/สัปดาห์


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- Impressions — จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง (นับซ้ำได้)

- Reach — จำนวนคนจริงที่ไม่ซ้ำกัน

- Frequency — Reach หาร Impressions = ค่าเฉลี่ยที่คนเห็นซ้ำ

- CPC (Cost Per Click) — ต้นทุนต่อการคลิก

- CPA (Cost Per Acquisition) — ต้นทุนต่อการได้ลูกค้า 1 คน

- ROAS — ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา

- Bid Cap — เพดานราคาที่เราตั้งไว้ในการประมูล

- Viewability — เปอร์เซ็นต์ที่โฆษณาถูกมองเห็นจริง


สรุปสั้น ๆ: CPM คือ "ค่าป้ายโฆษณาออนไลน์" ที่บอกว่าคนเห็นโฆษณาเรา 1,000 ครั้งราคาเท่าไหร่ ใช้ให้ถูกบริบท — ถ้าอยากให้คนรู้จักแบรนด์ ดู CPM ถ้าอยากได้ยอดขาย ดู CPA และ ROAS ควบคู่กันไป อย่าหลงกับตัวเลข CPM ถูกจนลืมดูว่าคนที่เห็นคือกลุ่มที่ใช่หรือเปล่า