นิยาม
Days Inventory Outstanding (DIO) หรือ จำนวนวันสต็อกคงเหลือ คือตัวชี้วัดทางการเงินและปฏิบัติการที่บอกว่า สินค้าคงคลังที่มีอยู่ในมือตอนนี้ จะสามารถรองรับยอดขายได้อีกกี่วัน หากยอดขายดำเนินไปในอัตราเดียวกับปัจจุบัน
พูดง่าย ๆ คือ "ถ้าหยุดสั่งของใหม่ตั้งแต่วันนี้ สต็อกในคลังจะขายหมดภายในกี่วัน" ยิ่งตัวเลขสูง แปลว่าของจมในคลังนาน เงินทุนถูกตรึงไว้ในสินค้า และเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพหรือตกรุ่น ยิ่งตัวเลขต่ำ แปลว่าสต็อกหมุนเร็ว แต่อาจเสี่ยงของขาดสต็อกและเสียยอดขาย
สำหรับร้าน DTC และผู้ขายบนแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop ตัวเลขนี้คือหัวใจของการบริหารกระแสเงินสด เพราะยิ่งหมุนช้า ต้นทุนการถือสต็อก (holding cost) ก็ยิ่งกัดกำไร
อุป analogy ให้เห็นภาพ
ลองนึกถึงร้านกาแฟที่ซื้อเมล็ดกาแฟมา 300 กิโลกรัม โดยขายเฉลี่ยวันละ 10 กิโลกรัม
- สต็อก 300 กิโลกรัม ÷ ขาย 10 กิโลกรัม/วัน = 30 วัน
แปลว่าเมล็ดกาแฟชุดนี้จะหมดใน 30 วัน ถ้าซื้อมาแล้ว 25 วันยังเหลือ 250 กิโลกรัม แสดงว่าขายช้ากว่าที่คิด ต้องเร่งโปรหรือลดราคา ไม่งั้นเมล็ดจะเก่าและเสียรส
ในโลกอีคอมเมิร์ซก็เหมือนกัน สินค้าคือ "เมล็ดกาแฟ" ของคุณ ยิ่งค้างนาน ยิ่งเสี่ยงตกรุ่น โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นหรือแกดเจ็ตที่วงจรสั้น
สูตรคำนวณ
DIO = (สต็อกเฉลี่ย ÷ ต้นทุนขาย) × จำนวนวันในช่วงเวลา
หรืออีกสูตรที่ใช้บ่อยในทางปฏิบัติ:
DIO = สต็อกเฉลี่ย ÷ (ต้นทุนขาย ÷ จำนวนวัน)
โดยที่
- สต็อกเฉลี่ย = (สต็อกต้นงวด + สต็อกปลายงวด) ÷ 2
- ต้นทุนขาย (COGS) = ต้นทุนสินค้าที่ขายไปในช่วงนั้น ไม่ใช่ราคาขาย
- จำนวนวัน = ปกติใช้ 30 วัน (รายเดือน) หรือ 365 วัน (รายปี)
ตัวอย่างที่ 1 — รายเดือน
ร้านขายเสื้อยืด DTC มีสต็อกต้นเดือน 4,000 ชิ้น ปลายเดือน 2,000 ชิ้น ต้นทุนขายเดือนนี้ 900,000 บาท ต้นทุนต่อชิ้น 100 บาท
- สต็อกเฉลี่ย = (4,000 + 2,000) ÷ 2 = 3,000 ชิ้น
- ต้นทุนขาย = 900,000 บาท
- DIO = (900,000 ÷ 30) = 30,000 บาท/วัน → 300,000 ÷ 30,000 = 10 วัน
แปลว่าสต็อกหมุนทุก 10 วัน อยู่ในเกณฑ์ดีมากสำหรับสินค้าแฟชั่น
ตัวอย่างที่ 2 — รายปี
สต็อกเฉลี่ย 1,200,000 บาท ต้นทุนขายปีนี้ 7,300,000 บาท
- DIO = (1,200,000 ÷ 7,300,000) × 365 = 60 วัน
ตารางเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
| ตัวชี้วัด | สูตร | หน่วย | บอกอะไร |
|---|---|---|---|
| DIO | (สต็อกเฉลี่ย ÷ COGS) × วัน | วัน | สต็อกพอขายกี่วัน |
| Inventory Turnover | COGS ÷ สต็อกเฉลี่ย | ครั้ง/ปี | สต็อกหมุนกี่รอบ |
| DSO | (ลูกหนี้เฉลี่ย ÷ ยอดขายเครดิต) × วัน | วัน | เก็บเงินจากลูกค้ากี่วัน |
| DPO | (เจ้าหนี้เฉลี่ย ÷ COGS) × วัน | วัน | จ่ายซัพพลายเออร์กี่วัน |
| Cash Conversion Cycle | DIO + DSO − DPO | วัน | เงินสดจมกี่วัน |
ข้อสังเกต: DIO กับ Inventory Turnover เป็นส่วนกลับกัน ถ้า DIO = 60 วัน จะเท่ากับหมุน 365 ÷ 60 ≈ 6.08 รอบ/ปี
ตัวอย่างที่ 3 — เทียบสองร้าน
| รายการ | ร้าน A | ร้าน B |
|---|---|---|
| สต็อกเฉลี่ย | 500,000 | 2,000,000 |
| COGS ต่อปี | 6,000,000 | 8,000,000 |
| DIO | 30.4 วัน | 91.3 วัน |
| หมุน/ปี | 12 รอบ | 4 รอบ |
ร้าน A ใช้เงินทุนจมในสต็อกน้อยกว่ามาก และนำเงินไปลงทุนการตลาดได้เร็ว ส่วนร้าน B แม้ยอดขายสูงกว่า แต่เงินจมในสต็อกเกือบ 3 เดือน เสี่ยงสูงหากดีมานด์ตก
การนำไปใช้ในธุรกิจ DTC/อีคอมเมิร์ซ
1. วางแผนสั่งของ (Replenishment)
ถ้า DIO = 45 วัน และ lead time จากโรงงาน 20 วัน ควรเริ่มสั่งรอบใหม่เมื่อสต็อกเหลือประมาณ 25–30 วัน เพื่อกันของขาด
2. จัดลำดับสินค้า (ABC Analysis)
สินค้ากลุ่ม A ที่ขายดีควรมี DIO 15–30 วัน กลุ่ม C ที่ขายช้าอาจยอมให้ 60–90 วัน แต่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิน 120 วัน
3. ตั้งเป้าตามหมวดสินค้า
- แฟชั่น/เครื่องสำอาง: 30–60 วัน
- เครื่องใช้ไฟฟ้า/แกดเจ็ต: 45–75 วัน
- สินค้าอุปโภคบริโภค: 20–40 วัน
4. ใช้กับแคมเปญ 9.9 / 11.11
ก่อนแคมเปญใหญ่ ควรมี DIO สูงขึ้นชั่วคราวเพื่อรองรับยอดพุ่ง แต่หลังแคมเปญต้องเร่งระบายให้กลับสู่ระดับปกติภายใน 30 วัน
5. เชื่อมกับ Cash Flow
ถ้า DIO = 60 วัน, DSO = 15 วัน, DPO = 30 วัน → CCC = 60 + 15 − 30 = 45 วัน แปลว่าต้องมีเงินสำรองหมุนเวียนอย่างน้อย 45 วันของต้นทุนขาย
ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย
❌ "DIO ยิ่งต่ำยิ่งดี"
ไม่เสมอไป ถ้าต่ำเกินไปจนของขาด สูญเสียยอดขายและอันดับร้านบนแพลตฟอร์มตก ต้องหาสมดุลกับ lead time และ safety stock
❌ "ใช้ราคาขายในการคำนวณ"
ต้องใช้ ต้นทุนขาย (COGS) เท่านั้น ถ้าใช้ราคาขาย ตัวเลขจะต่ำเกินจริงและทำให้ตัดสินใจผิด
❌ "ดูแค่ค่าเฉลี่ยรวมทั้งร้าน"
ควรแยกตาม SKU หรือหมวด เพราะค่าเฉลี่ยอาจถูกกลบด้วยสินค้าขายดีไม่กี่ตัว ในขณะที่สินค้าส่วนใหญ่จมเป็นเดือน
❌ "DIO คงที่ตลอดปี"
ธุรกิจมีฤดูกาล ช่วงโลว์ซีซั่น DIO จะสูงขึ้นตามธรรมชาติ ต้องเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ไม่ใช่เทียบข้ามเดือน
❌ "ลืมนับสต็อกที่อยู่ระหว่างขนส่ง"
สินค้า in-transit ทางเรือหรือเครื่องบินก็เป็นเงินจม ควรนับรวมหรือแยกดูเป็น "DIO ระหว่างทาง" เพื่อวางแผนแม่นยำ
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- Inventory Turnover — อัตราการหมุนของสต็อก
- Safety Stock — สต็อกสำรองกันของขาด
- Lead Time — ระยะเวลาตั้งแตสั่งจนของถึง
- Cash Conversion Cycle (CCC) — วงจรแปลงเงินสด
- COGS — ต้นทุนขาย
- Dead Stock — สินค้าค้างสต็อกที่ขายไม่ออก
- Sell-through Rate — อัตราการขายออกเทียบกับของที่รับเข้า
- Reorder Point (ROP) — จุดสั่งซื้อซ้ำ
การบริหาร DIO ให้เหมาะสมคือการเดินบนเส้นด้ายระหว่าง "ของขาด" กับ "ของจม" ร้านที่เข้าใจตัวเลขนี้จะหมุนเงินได้เร็วขึ้น กำไรสุทธิสูงขึ้น และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดอีคอมเมิร์ซที่แข่งขันดุเดือด