📖 คำอธิบายโดยละเอียด
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) หมายถึงดอกเบี้ยที่ไม่ได้คำนวณจากเงินต้นเท่านั้น แต่ยังคำนวณจากดอกเบี้ยที่สะสมไว้ก่อนหน้าด้วย หรือที่เรียกว่า 'ดอกเบี้ยทบดอกเบี้ย' ในด้านการค้าต่างประเทศ ดอกเบี้ยทบต้นมักพบในสถานการณ์เช่น เลตเตอร์ออฟเครดิตระยะยาว สินเชื่อผู้ซื้อ การชำระเงินแบบเลื่อนออกไป และดอกเบี้ยปรับกรณีชำระล่าช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัญญากำหนดให้คิดดอกเบี้ยทบต้น จะเพิ่มต้นทุนทางการเงินของผู้เป็นหนี้อย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์การใช้งานรวมถึง: ผู้ส่งออกให้สินเชื่อแบบเลื่อนการชำระเงินแก่ผู้นำเข้า โดยตกลงอัตราดอกเบี้ยรายปีและคิดทบต้นรายเดือน; ธนาคารเรียกเก็บดอกเบี้ยปรับแบบทบต้นสำหรับเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ค้างชำระ; หรือเงินกู้ระยะยาวระหว่างบริษัทการค้าต่างประเทศ ข้อควรระวัง: ต้องระบุรอบการคิดดอกเบี้ยทบต้นให้ชัดเจน (เช่น รายวัน รายเดือน รายไตรมาส รายปี) และประเภทอัตราดอกเบี้ย (คงที่หรือลอยตัว) และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเพดานดอกเบี้ยทบต้น (เช่น การกู้ยืมระหว่างบุคคลในจีนห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น แต่สินเชื่อสถาบันการเงินสามารถตกลงได้) ข้อแตกต่างจากดอกเบี้ยเชิงเดียว (Simple Interest) คือ ดอกเบี้ยเชิงเดียวคิดจากเงินต้นเท่านั้น ส่วนดอกเบี้ยทบต้นนำดอกเบี้ยไปรวมกับเงินต้นแล้วคิดซ้ำ ในระยะยาวผลตอบแทนหรือต้นทุนของดอกเบี้ยทบต้นจะสูงกว่าดอกเบี้ยเชิงเดียวมาก ผู้ประกอบการค้าต่างประเทศควรกำหนดข้อกำหนดดอกเบี้ยทบต้นในสัญญาให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความกำกวม
📝 ตัวอย่าง
1. ตามสัญญา หากผู้นำเข้าไม่สามารถชำระค่าสินค้าภายใน 60 วันนับจากวันที่ออกใบตราส่งสินค้า ให้คิดดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละ 8 ต่อปีนับจากวันที่ค้างชำระจนกว่าจะชำระครบถ้วน (คำอธิบาย: ดอกเบี้ยปรับกรณีล่าช้าใช้การคำนวณแบบทบต้น เพื่อเพิ่มต้นทุนการผิดสัญญา)
2. ฝ่ายเราตกลงให้สินเชื่อแบบเลื่อนการชำระเงิน แต่ต้องการคิดดอกเบี้ยทบต้นรายไตรมาส ในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี ฝ่ายท่านต้องชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นสี่งวดภายในหนึ่งปี (คำอธิบาย: ในการจัดหาเงินทุน ระบุรอบดอกเบี้ยทบต้นและวิธีการชำระคืนอย่างชัดเจน)