📖 คำอธิบายโดยละเอียด
วิธีหักราคา (Deductive Value Method) เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ในการประเมินราคาศุลกากรเพื่อกำหนดราคาสำหรับคำนวณอากรของสินค้านำเข้า โดยทั่วไปจะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดราคาสำหรับคำนวณอากรได้ด้วยวิธีราคาซื้อขาย วิธีราคาซื้อขายของสินค้าที่เหมือนกัน หรือวิธีราคาซื้อขายของสินค้าที่คล้ายคลึงกัน แก่นของวิธีนี้คือการนำราคาขายต่อในขั้นตอนการขายครั้งแรกภายในประเทศ (โดยปกติคือราคาขายส่งหรือขายปลีก) มาหักลบด้วยอากรนำเข้า ภาษีภายใน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่านายหน้า กำไร และค่าใช้จ่ายทั่วไป เพื่อคำนวณย้อนกลับเป็นราคา CIF ของสินค้า สถานการณ์ที่ใช้มักพบเมื่อศุลกากรสงสัยในราคาที่สำแดง หรือในกรณีการกำหนดราคาโอนภายในบริษัทข้ามชาติ การฝากขาย การเช่า ฯลฯ ข้อควรระวัง: ต้องใช้ราคาขายต่อที่เกิดขึ้นจริงเป็นฐาน และการขายต่อต้องเกิดขึ้นภายใน 90 วันหลังการนำเข้า หากราคาขายต่อมีหลายขั้นตอน ควรจัดสรรอย่างสมเหตุสมผล ข้อแตกต่างจากคำอื่น: ต่างจาก 'วิธีคำนวณราคา' (ซึ่งบวกเพิ่มจากต้นทุนการผลิต) วิธีหักราคาเป็นการหักลดจากฝั่งการขาย และต่างจาก 'วิธีราคาซื้อขาย' ซึ่งใช้ราคาที่ชำระหรือต้องชำระจริง
📝 ตัวอย่าง
1. ศุลกากรเห็นว่าราคาเครื่องสำอางนำเข้าที่บริษัทของเราสำแดงต่ำเกินไป จึงใช้วิธีหักราคา โดยอ้างอิงราคาขายปลีกในห้างสรรพสินค้าในประเทศที่ 300 หยวนต่อขวด หักลบด้วยอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ค่าขนส่ง และกำไรที่สมเหตุสมผล สุดท้ายกำหนดราคาสำหรับคำนวณอากรที่ 120 หยวนต่อขวด (คำอธิบาย: ศุลกากรใช้วิธีหักราคาในการประเมินใหม่เมื่อสงสัยในราคาที่สำแดง)
2. ในการค้าฝากขาย เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในสินค้าไม่ได้โอน จึงไม่สามารถใช้วิธีราคาซื้อขายได้ เราได้เจรจากับศุลกากรและตกลงใช้วิธีหักราคา โดยหักภาษีและค่านายหน้าที่เกี่ยวข้องออกจากจำนวนเงินในใบแจ้งหนี้ที่ขายต่อให้ลูกค้าในประเทศจริง เพื่อกำหนดราคาสำหรับคำนวณอากรของสินค้านำเข้า (คำอธิบาย: ในรูปแบบการค้าพิเศษเช่นการฝากขาย วิธีหักราคาเป็นวิธีประเมินราคาทางเลือกที่พบได้บ่อย)