📖 คำอธิบายโดยละเอียด
อัตราภาษี GSP (Generalized System of Preferences) คืออัตราภาษีศุลกากรแบบพิเศษที่ประเทศพัฒนาแล้วให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศพัฒนาน้อยที่สุดโดยฝ่ายเดียว เป็นข้อตกลงทางภาษีที่ไม่ต่างตอบแทน มีพื้นฐานทางกฎหมายจากหลักการ GSP ที่ผลักดันโดย UNCTAD โดยประเทศผู้ให้สิทธิ (เช่น EU, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น, แคนาดา) กำหนดโครงการของตนเอง วิธีใช้: ผู้ส่งออกยื่นเอกสารต่อศุลกากรของประเทศผู้ให้สิทธิ ต้องแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (เช่น FORM A) และปฏิบัติตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิด จึงจะขอใช้อัตรา GSP ซึ่งมักต่ำกว่าอัตรา MFN หรืออาจเป็นศูนย์ ข้อควรระวัง: GSP เป็นการให้ฝ่ายเดียวและมีเวลาจำกัด ประเทศผู้ให้สิทธิสามารถปรับหรือยกเลิกได้ตลอดเวลา ขอบเขตสินค้าจำกัด สินค้าอ่อนไหวมักถูกยกเว้น มีกลไกการสำเร็จการศึกษา เมื่อสินค้าของประเทศผู้รับมีความสามารถแข่งขันเพียงพอจะถูก 'จบการศึกษา' และไม่ได้รับสิทธิอีกต่อไป ข้อแตกต่างจากอัตรา MFN: MFN ใช้กับสมาชิก WTO ส่วน GSP ใช้เฉพาะกับประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ และต้องยื่นขอและปฏิบัติตามข้อกำหนดถิ่นกำเนิด ข้อแตกต่างจากอัตรา FTA: GSP เป็นการให้ฝ่ายเดียวที่ไม่ต่างตอบแทน ส่วน FTA เป็นการต่างตอบแทน ผู้ประกอบการควรติดตามโครงการล่าสุดของประเทศผู้ให้สิทธิ เพื่อให้เอกสารถูกต้องและหลีกเลี่ยงการไม่ได้รับสิทธิเนื่องจากถิ่นกำเนิดไม่ถูกต้อง
📝 ตัวอย่าง
1. บริษัทของเราส่งออกผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไปยังสหภาพยุโรป เนื่องจากจีนไม่อยู่ในโครงการ GSP ของ EU จึงไม่สามารถขอใช้อัตรา GSP ได้ ต้องชำระภาษีตามอัตรา MFN (แสดงว่าจีนจบการศึกษาจาก GSP ของ EU แล้ว ไม่ได้รับสิทธิ)
2. ผู้ส่งออกบังกลาเทศส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปญี่ปุ่น ใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิด FORM A ขอใช้อัตรา GSP สำเร็จ ภาษีลดจาก 10% เหลือ 0 เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาอย่างมีนัยสำคัญ (แสดงให้เห็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุดใช้ GSP เพื่อได้สิทธิยกเว้นภาษี)