ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Shopping Ads

นิยาม

Shopping Ads หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า "โฆษณาช้อปปิ้ง" คือรูปแบบโฆษณาของ Google ที่แสดงรูปสินค้า ราคา และชื่อร้าน ขึ้นมาบนหน้าผลการค้นหาโดยตรง ไม่ต้องรอให้ผู้ใช้คลิกเข้าเว็บก่อนถึงจะเห็นสินค้า

พูดง่าย ๆ คือ Google เอาข้อมูลจาก Merchant Center (ฟีดสินค้า) ของคุณ มาจับคู่กับคำค้นหาของผู้ใช้ แล้วโชว์เป็นการ์ดสินค้าที่มีรูปจริง ราคาจริง โปรโมชันจริง ถ้าคนสนใจก็คลิกเข้าไปที่หน้าสินค้าเลย

จุดที่ทำให้มันต่างจาก Search Ads แบบเดิมคือ คุณไม่ต้องเขียน headline หรือ description เอง Google จะดึงข้อมูลจากฟีดสินค้ามาสร้างโฆษณาให้อัตโนมัติ สิ่งที่คุณต้องโฟกัสคือคุณภาพของฟีด ไม่ใช่ copywriting


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ลองนึกภาพ ตลาดนัดออนไลน์ ที่มีคนเดินผ่านเป็นล้านคนต่อวัน

- Search Ads แบบเดิม = คุณจ้างพนักงานยืนตะโกนหน้าร้าน "รับทำเว็บ ราคาถูก!" ต้องคิดคำพูดเอง

- Shopping Ads = คุณวางสินค้าจริงบนชั้นวางกลางตลาด มีป้ายราคาชัด ๆ พร้อมรูปถ่ายสวย ๆ คนเดินผ่านเห็นแล้วสนใจก็หยิบเลย

ความต่างสำคัญคือ Shopping Ads ขายด้วยภาพและราคา ไม่ใช่ขายด้วยข้อความ


สูตรที่ต้องรู้

ค่าใช้จ่ายจริงต่อการคลิก:

CPC = ค่าโฆษณารวม ÷ จำนวนคลิก

ต้นทุนต่อการขาย 1 ออร์เดอร์:

CPA = ค่าโฆษณารวม ÷ จำนวน Conversion

ค่าตอบแทนจากโฆษณา:

ROAS = รายได้จากโฆษณา ÷ ค่าโฆษณา × 100

ตัวอย่างจริง: ร้านขายเครื่องสำอางใช่งบ 15,000 บาท/เดือน ได้คลิก 2,500 ครั้ง → CPC = 6 บาท ได้ออร์เดอร์ 150 ครั้ง → CPA = 100 บาท ยอดขายรวม 90,000 บาท → ROAS = 600% (หรือ 6 เท่า)

ถ้า ROAS ต่ำกว่า 300% (3 เท่า) มักแปลว่ากำไรบางมากหรือขาดทุน ขึ้นอยู่กับ margin สินค้า


ตารางเปรียบเทียบ: Shopping Ads vs Search Ads vs Performance Max

หัวข้อShopping AdsSearch AdsPerformance Max
รูปแบบที่แสดงรูปสินค้า + ราคา + ชื่อร้านข้อความ headline + descriptionผสมทุกรูปแบบ (รูป วิดีโอ ข้อความ)
ต้องเขียนข้อความเองไหมไม่ต้อง (ดึงจากฟีด)ต้องเขียนเองเขียนบางส่วน + AI ช่วย
แหล่งข้อมูลหลักMerchant Center FeedKeywordsFeed + Audience + Asset
เหมาะกับสินค้าที่มีรูปสวย ราคาชัดบริการ / สินค้าที่ต้องอธิบายแบรนด์ที่อยากครอบทุกช่องทาง
ควบคุมคำค้นหาจำกัด (ใช้ Negative Keywords)ควบคุมได้เต็มที่น้อยมาก
งบขั้นต่ำที่แนะนำ300–500 บาท/วัน300 บาท/วัน500 บาท/วันขึ้นไป

ใช้ตอนไหนถึงคุ้ม

1. ร้านที่มีสินค้าหลาย SKU

ยิ่งมีสินค้าเยอะ ยิ่งได้เปรียบ เพราะ Google จะเลือกโชว์ SKU ที่ตรงกับคำค้นหามากที่สุด เช่น ร้านเสื้อผ้ามี 500 แบบ ลูกค้าค้นหา "เสื้อยืด oversize สีดำ" ระบบจะดึงตัวที่ตรงมาโชว์ทันที

2. สินค้าที่ลูกค้าตัดสินใจจากภาพและราคา

พวกแฟชั่น อุปกรณ์ไอที เครื่องใช้ในบ้าน ของใช้เด็ก — ลูกค้าดูรูป ดูราคา แล้วตัดสินใจได้เลย

3. ช่วงลดราคา / 11.11 / 12.12

ใส่ราคาโปรโมชันในฟีด แล้วขึ้นป้าย "ลดราคา" ในโฆษณา CTR พุ่งขึ้นได้ 20–40% เมื่อเทียบกับช่วงราคาปกติ

4. แบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีคนรู้จัก

ไม่ต้องจ่ายแพงเพื่อดันอันดับแบบ Search Ads แค่ฟีดดีก็ขึ้นได้


ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

1. ฟีดไม่ครบ / ข้อมูลผิด

ราคาในฟีดไม่ตรงกับหน้าเว็บ = Google แบนโฆษณาทันที ต้อง sync ราคาและสต็อกให้เรียลไทม์

2. รูปสินค้าไม่ผ่านมาตรฐาน

รูปมีโลโก้เยอะ มีข้อความทับ หรือพื้นหลังรก Google จะไม่อนุมัติ แนะนำพื้นหลังขาวล้วน รูปสินค้าเต็มเฟรม ขนาดขั้นต่ำ 800×800 px

3. ไม่ทำ Negative Keywords

ถ้าไม่บล็อกคำพวก "ฟรี", "มือสอง", "ซ่อม" งบจะไหลไปกับคนที่ไม่ซื้อ

4. ตั้งงบน้อยเกินไป

งบ 100 บาท/วัน กับสินค้า 200 SKU = แทบไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย แนะนำเริ่มที่ 500 บาท/วัน เพื่อให้ระบบเรียนรู้ได้

5. ไม่แยกกลุ่มตาม margin

สินค้ากำไรสูงควรได้งบมากกว่าสินค้ากำไรบาง อย่าใช้ bid เดียวกันทั้งร้าน

6. ลืมใส่ GTIN / แบรนด์

สินค้าที่มี GTIN ถูกต้องจะได้แสดงในตำแหน่งที่ดีกว่า และ Match กับคำค้นหาได้แม่นกว่า


ตัวเลขที่ควรจำ

- CTR เฉลี่ย ของ Shopping Ads อยู่ที่ประมาณ 0.86% – 1.2% (สูงกว่า Display แต่ต่ำกว่า Search แบรนด์)

- Conversion Rate เฉลี่ย 1.5% – 3% ขึ้นอยู่กับหมวดหมู่

- ROAS เป้าหมาย สำหรับร้านไทยทั่วไปควรอยู่ที่ 400% – 800% ถึงจะhealthy

- เวลาเรียนรู้ระบบ ประมาณ 7–14 วัน หลังเปิดแคมเปญ ห้ามปรับ bid ถี่เกินไป


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- Merchant Center — ศูนย์จัดการฟีดสินค้า ต้องเชื่อมกับ Google Ads ก่อน

- Product Feed — ไฟล์ข้อมูลสินค้า (ราคา รูป สต็อก GTIN)

- ROAS — ตัวชี้วัดความคุ้มค่าของโฆษณา

- CPA — ต้นทุนต่อ Conversion

- Performance Max — แคมเปญรุ่นใหม่ที่รวม Shopping เข้าไปด้วย

- Negative Keywords — คำที่ต้องการบล็อกไม่ให้โฆษณาขึ้น

- GTIN — รหัสสินค้าสากล ช่วยให้ Google จับคู่สินค้าได้แม่น

- Smart Shopping — แคมเปญ Shopping แบบอัตโนมัติ (ปัจจุบันรวมใน PMax แล้ว)


สรุปสั้น ๆ: Shopping Ads คือช่องทางที่คนทำอีคอมเมิร์ซควรเริ่ม เพราะใช้งบไม่สูง วัดผลง่าย และขายด้วยภาพกับราคาได้ตรงจุด แต่หัวใจอยู่ที่ คุณภาพฟีด ถ้าฟีดดี ระบบก็ทำงานแทนคุณได้ 24 ชั่วโมง