📖 คำอธิบายโดยละเอียด
การไล่เบี้ย (Recourse) ในด้านการค้าต่างประเทศและการเงิน หมายถึงสิทธิของผู้ถือตั๋วเงินในการเรียกร้องให้ผู้สลักหลัง ผู้ออกตั๋ว หรือผู้ค้ำประกัน ชำระเงินคืนเมื่อผู้จ่ายเงินปฏิเสธการจ่ายหรือล้มละลาย มักพบในสถานการณ์เช่นเลตเตอร์ออฟเครดิต ตั๋วแลกเงิน และการเรียกเก็บเงิน ตัวอย่างเช่น ภายใต้เลตเตอร์ออฟเครดิตแบบnegotiation หลังจากธนาคารnegotiationจ่ายเงินให้ผู้รับประโยชน์แล้ว หากธนาคารผู้ออกปฏิเสธการจ่าย ธนาคารnegotiationสามารถไล่เบี้ยต่อผู้รับประโยชน์ได้ ในการเรียกเก็บเงิน ธนาคารในฐานะตัวแทนมักไม่มีหน้าที่ไล่เบี้ย แต่หากธนาคารได้สำรองจ่ายไปแล้ว อาจสงวนสิทธิ์ในการไล่เบี้ย เมื่อใช้การไล่เบี้ยต้องระวัง: 1) ระบุชัดเจนว่ามีสิทธิ์ไล่เบี้ยหรือไม่ เช่น เลตเตอร์ออฟเครดิตระบุ 'without recourse' หรือไม่; 2) ระยะเวลาและขั้นตอนการไล่เบี้ย ต้องทำใบรับรองการปฏิเสธและส่งหนังสือแจ้งการไล่เบี้ยภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด; 3) แยกแยะระหว่าง 'การไล่เบี้ย' กับ 'การชดใช้' ซึ่งมักหมายถึงการไล่เบี้ยหลังจากผู้ค้ำประกันชำระแทน ตรงข้ามกับ 'without recourse' ซึ่งหมายถึงผู้มีสิทธิ์สละการไล่เบี้ยและรับความเสี่ยงเอง ผู้ประกอบการค้าต่างประเทศควรประเมินเครดิตของคู่สัญญาอย่างรอบคอบ และใช้ข้อกำหนดการไล่เบี้ยอย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องสิทธิของตน
📝 ตัวอย่าง
1. ภายใต้เลตเตอร์ออฟเครดิตแบบnegotiation หลังจากธนาคารnegotiationได้negotiateเอกสารแล้ว หากธนาคารผู้ออกปฏิเสธการจ่ายเนื่องจากข้อขัดแย้ง ธนาคารnegotiationสามารถใช้สิทธิ์ไล่เบี้ยต่อผู้รับประโยชน์ เรียกร้องให้คืนเงินที่จ่ายไปและดอกเบี้ย (คำอธิบาย: ธนาคารnegotiationสงวนสิทธิ์ไล่เบี้ย ผู้รับประโยชน์รับผิดชอบการชำระเงินขั้นสุดท้าย)
2. ในการเรียกเก็บเงิน หากธนาคารเรียกเก็บเงินได้สำรองจ่ายให้ผู้ว่าจ้างแล้ว แต่ผู้จ่ายเงินปฏิเสธการจ่าย ธนาคารเรียกเก็บเงินสามารถไล่เบี้ยเงินสำรองจากผู้ว่าจ้างตามคำสั่งเรียกเก็บเงิน (คำอธิบาย: ธนาคารมีสิทธิ์ไล่เบี้ยหลังจากสำรองจ่าย ผู้ว่าจ้างต้องชำระคืน)