ค่าใช้จ่ายในการกู้ภัย

ภาษา: 中文 | English | Español | 日本語 | 한국어 | Tiếng Việt | ไทย | Русский

📖 คำอธิบายโดยละเอียด

ค่าช่วยเหลือ (Sue and Labor Charges) เป็นศัพท์เฉพาะทางในประกันภัยทางทะเล หมายถึงค่าใช้จ่ายโดยตรงที่ผู้เอาประกันภัยหรือตัวแทนจ่ายไปเพื่อดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างสมเหตุสมผลเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความสูญเสียเมื่อเกิดความเสี่ยงที่คุ้มครองต่อวัตถุที่เอาประกันภัย ค่าใช้จ่ายนี้แตกต่างจากความเสียหายร่วม (General Average) และค่าช่วยเหลือ (Salvage Charges) กล่าวคือ ความเสียหายร่วมแบ่งปันโดยฝ่ายเรือและสินค้า ค่าช่วยเหลือเรียกเก็บโดยผู้ช่วยเหลือตามหลักไม่มีผลไม่ได้รับค่าตอบแทน ส่วนค่าช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยจ่ายโดยผู้รับประกันภัยเพียงฝ่ายเดียว และการจ่ายไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าวัตถุที่เอาประกันภัยจะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ สถานการณ์ที่ใช้มักพบในประกันภัยการขนส่งสินค้า ประกันภัยเรือ ข้อควรระวัง: ค่าช่วยเหลือต้องสมเหตุสมผลและเกิดขึ้นโดยตรงเพื่อลดความสูญเสียที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยควรแจ้งผู้รับประกันภัยทันทีและเก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย ผู้รับประกันภัยมักจ่ายค่าช่วยเหลือเพิ่มเติมนอกจำนวนเงินเอาประกันภัย แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศควรระบุข้อกำหนดค่าช่วยเหลือในกรมธรรม์ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเรียกร้องได้อย่างราบรื่นเมื่อเกิดความเสียหายต่อสินค้า

📝 ตัวอย่าง

1. สินค้าระหว่างการขนส่งทางทะเลประสบไต้ฝุ่น กัปตันสั่งให้จ้างเรือลากจูงเพื่อลากเรือไปยังท่าเรือหลบภัย ค่าลากจูงที่เกิดขึ้นถือเป็นค่าช่วยเหลือ ฝ่ายเราสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยโดยใช้ใบแจ้งหนี้ได้ (คำอธิบาย: ในกรณีนี้ค่าลากจูงเป็นค่าช่วยเหลือที่สมเหตุสมผลซึ่งจ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายทั้งหมดต่อสินค้า ผู้รับประกันภัยควรจ่าย) 2. ส่งออกเหล็กกล้าชุดหนึ่ง เนื่องจากเรือเกยตื้นและน้ำเข้า ฝ่ายเราจัดเรือลำเลียงขนถ่ายสินค้าฉุกเฉิน จ่ายค่าลำเลียงและค่าขนถ่าย ค่าใช้จ่ายเหล่านี้สามารถเรียกร้องเป็นค่าช่วยเหลือจากผู้รับประกันภัยแยกต่างหาก ไม่จำกัดตามจำนวนเงินเอาประกันภัย (คำอธิบาย: กรณีนี้เน้นว่าค่าช่วยเหลือสามารถจ่ายนอกจำนวนเงินเอาประกันภัยได้ แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย)

💡 เคล็ดลับการค้า

📧 ผู้ช่วยอีเมลธุรกิจ