📖 คำอธิบายโดยละเอียด
ราคาศุลกากรที่ต้องเสียภาษี (Dutiable Value) คือราคาพื้นฐานที่ศุลกากรใช้ในการคำนวณภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตในขั้นตอนการนำเข้า โดยปกติจะกำหนดจากราคา CIF (ต้นทุน ค่าประกันภัย และค่าขนส่ง) ตามประกาศของศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการกำหนดราคาศุลกากรของสินค้านำเข้าและส่งออก ราคาศุลกากรของสินค้านำเข้าจะถูกตรวจสอบและกำหนดโดยศุลกากรจากราคาซื้อขายที่ถูกต้องตามข้อกำหนด รวมถึงค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ค่าประกันภัยก่อนการขนถ่าย ณ จุดนำเข้าในประเทศ กรณีการใช้งาน: เมื่อดำเนินการนำเข้า บริษัทต้องสำแดงราคาศุลกากรต่อศุลกากร ซึ่งศุลกากรจะใช้ในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระ ข้อควรระวัง: ราคาศุลกากรไม่ใช่แค่จำนวนเงินในใบแจ้งหนี้ หากมีค่าคอมมิชชั่น ค่าสิทธิ ค่าใช้จ่ายช่วยเหลือ ฯลฯ ต้องปรับปรุงตามข้อกำหนด หากราคาที่สำแดงต่ำอย่างชัดเจนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ศุลกากรมีอำนาจประเมินราคา ความแตกต่างจากคำศัพท์อื่น: ราคาศุลกากรแตกต่างจากราคา FOB หรือ CIF เนื่องจากเป็นราคาที่ศุลกากรกำหนดเพื่อการคำนวณภาษี อาจแตกต่างจากราคาซื้อขายจริงเนื่องจากการปรับปรุง และแตกต่างจากอัตราภาษีนำเข้า เพราะอันหนึ่งเป็นฐาน อีกอันเป็นอัตราส่วน ผู้ประกอบการควรเข้าใจองค์ประกอบของราคาศุลกากรอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเพิ่ม ค่าปรับ หรือการลดระดับความน่าเชื่อถือ
📝 ตัวอย่าง
1. บริษัทของเรานำเข้าเครื่องจักรกล ชุดหนึ่ง ราคาในใบแจ้งหนี้เป็น FOB เซี่ยงไฮ้ USD 50,000 จ่ายค่าขนส่งเพิ่ม USD 2,000 ค่าประกันภัย USD 500 ศุลกากรกำหนดราคาศุลกากรเป็น USD 52,500 และคำนวณภาษีนำเข้า 10% จากราคานี้ (คำอธิบาย: ราคาศุลกากรอิงจากราคา CIF รวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย)
2. เนื่องจากสินค้าชุดนี้เกี่ยวข้องกับค่าสิทธิที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขาย USD 5,000 และค่าใช้จ่ายนี้เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้าและเป็นเงื่อนไขการขาย ศุลกากรจึงรวมไว้ในราคาศุลกากร สุดท้ายปรับราคาศุลกากรเป็น USD 57,500 (คำอธิบาย: ค่าสิทธิต้องรวมในราคาศุลกากร มีผลต่อการคำนวณภาษี)