ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Podcast

นิยาม

Podcast (พอดแคสต์) คือช่องทางคอนเทนต์เสียงแบบ on-demand ที่ผู้ฟังสามารถเลือกฟังตอนไหนก็ได้ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Spotify, Apple Podcasts, YouTube, หรือแอปพอดแคสต์โดยเฉพาะ ในมุมของ DTC/อีคอมเมิร์ซ พอดแคสต์ไม่ใช่แค่สื่อบันเทิง แต่เป็น ช่องทาง traffic ที่สร้างความไว้วางใจ (trust-based channel) เพราะผู้ฟังมักเปิดฟังเป็นเวลานาน 20–60 นาทีต่อตอน ทำให้แบรนด์มีโอกาสฝังข้อความ แนะนำสินค้า หรือทำโฆษณาเจ้าภาพ (host-read ad) ได้อย่างแนบเนียน

จุดเด่นของพอดแคสต์ในฐานะช่องทาง DTC คือ ต้นทุนต่อการรับฟัง (CPL/CPE) ต่ำ เมื่อเทียบกับ paid social และผู้ฟังมีอัตราการกลับมาฟังซ้ำ (retention) สูง โดยเฉพาะพอดแคสต์เฉพาะทาง (niche podcast) ที่มีชุมชนผู้ฟังเหนียวแน่น


พอดแคสต์เหมือน "เพื่อนที่แนะนำสินค้า"

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังนั่งคุยกับเพื่อนสนิทที่เชี่ยวชาญเรื่องหนึ่ง เขาเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ แล้วจู่ ๆ ก็พูดว่า "จริง ๆ ฉันใช้ตัวนี้แล้วดีนะ" — คุณจะเชื่อเพื่อนคนนี้มากกว่าโฆษณาที่เด้งขึ้นมาบนฟีด

พอดแคสต์ทำงานแบบนั้นเลยครับ พิธีกร (host) = เพื่อนที่ไว้ใจได้ และ การแนะนำสินค้า = คำบอกต่อ ดังนั้นพอดแคสต์จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับแบรนด์ที่อยากสร้าง brand affinity มากกว่าการยิง ads แบบหว่าน


สูตรคำนวณที่ควรรู้

1. CPM (Cost per Mille) สำหรับพอดแคสต์

CPM = (ค่าใช้จ่ายโฆษณา ÷ จำนวน impression ที่ได้) × 1,000

ตัวอย่าง: จ่าย 15,000 บาท ได้ impression 50,000 ครั้ง

→ CPM = (15,000 ÷ 50,000) × 1,000 = 300 บาท

2. Conversion Rate จากพอดแคสต์

Conversion Rate = (จำนวนออเดอร์ ÷ จำนวนผู้ฟังที่คลิก) × 100

ตัวอย่าง: มีคนคลิกลิงก์ 800 คน สั่งซื้อ 40 ออเดอร์

→ Conversion Rate = (40 ÷ 800) × 100 = 5%

3. ROAS (Return on Ad Spend)

ROAS = รายได้จากพอดแคสต์ ÷ ค่าใช้จ่ายโฆษณา

ตัวอย่าง: รายได้ 180,000 บาท ต้นทุน 30,000 บาท

→ ROAS = 6x

เกณฑ์คร่าว ๆ สำหรับ DTC ไทย: CPM พอดแคสต์ทั่วไปอยู่ที่ **200–500 บาท**, ROAS ที่ถือว่าคุ้มคือ **≥ 3x**

ตารางเปรียบเทียบ: พอดแคสต์ vs ช่องทางอื่น

ปัจจัยPodcastFacebook AdsTikTok AdsInfluencer (IG)
ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ–กลางกลางต่ำกลาง–สูง
ความลึกของความสนใจสูงมาก (20–60 นาที)ต่ำ (2–5 วินาที)ต่ำ–กลางกลาง
ความไว้วางใจสูงต่ำกลางสูง
อายุของคอนเทนต์ยาว (evergreen)สั้นสั้น–กลางกลาง
ความแม่นยำในการวัดต่ำ–กลางสูงสูงกลาง
เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการ storytellingยิงยอดเร็วสร้างไวรัลสร้าง awareness

: แบรนด์ไทยใช้พอดแคสต์ยังไง

1. โฆษณาเจ้าภาพ (Host-read Ad)

แบรนด์จ่ายให้พิธีกรพูดถึงสินค้าแบบเป็นธรรมชาติ เช่น พอดแคสต์การเงินพูดถึงแอปลงทุน → ใช้ promo code เฉพาะเพื่อวัดผล

2. Sponsor ตอนทั้งตอน (Title Sponsor)

เช่น "ตอนนี้สนับสนุนโดย [แบรนด์]" เปิด-ปิดตอน เหมาะกับแบรนด์ที่อยากสร้าง awareness ระยะยาว

3. แบรนด์ทำพอดแคสต์เอง (Branded Podcast)

เช่น แบรนด์สกินแคร์ทำพอดแคสต์เรื่อง skincare routine สร้าง community แล้วขายสินค้าผ่าน soft sell

4. Cross-channel Funnel

พอดแคสต์ → ดึงเข้าหน้า landing page → retarget ด้วย Facebook Ads → ปิดการขาย

5. Affiliate + Podcast

ใช้ลิงก์ affiliate เฉพาะใน show notes วัด conversion ได้ตรงขึ้น


(ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย)

❌ 1: "พอดแคสต์วัดผลยาก เลยไม่คุ้ม"

จริง ๆ วัดได้ผ่าน promo code, dedicated landing page, UTM link ใน show notes, และ unique URL

❌ 2: "ต้องมีผู้ฟังหลักแสนถึงจะคุ้ม"

ไม่จริง พอดแคสต์ niche ที่มีผู้ฟัง 3,000–5,000 คน แต่ตรงกลุ่ม อาจให้ conversion rate สูงกว่า mass podcast 10 เท่า

❌ 3: "ยิง ads ในพอดแคสต์เหมือนยิง Facebook"

พอดแคสต์ต้อง soft sell เล่าเรื่องก่อน ขายทีหลัง ถ้ายิง hard sell ผู้ฟังจะ skip ทันที

❌ 4: "ทำตอนเดียวจบ"

พอดแคสต์ต้องทำต่อเนื่อง อย่างน้อย 10–20 ตอนขึ้นไปกว่าจะเห็นผล เพราะต้องสร้างความคุ้นเคย

❌ 5: "ไม่ต้องมี CTA"

ต้องมี! แต่ควรเป็น CTA เดียว ชัดเจน เช่น "กดลิงก์ใน show notes รับส่วนลด 15%"


##

- CPM (Cost per Mille) — ต้นทุนต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง

- CPA (Cost per Acquisition) — ต้นทุนต่อการได้ลูกค้า 1 คน

- ROAS — ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา

- Host-read Ad — โฆษณาที่พิธีกรอ่านเอง

- Show Notes — คำอธิบายตอน ใส่ลิงก์และ promo code ได้

- Dynamic Ad Insertion (DAI) — ระบบแทรกโฆษณาอัตโนมัติตามกลุ่มผู้ฟัง

- Podcast Network — เครือข่ายพอดแคสต์ที่รวมหลายรายการไว้ขายโฆษณา

- Attribution — การระบุที่มาของ conversion

- Retargeting — การยิง ads ซ้ำกับคนที่เคยมี interaction


สรุปสั้น ๆ

พอดแคสต์เป็นช่องทาง traffic คุณภาพสูง ต้นทุนต่ำ และสร้างความไว้วางใจได้ดี เหมาะกับแบรนด์ DTC ที่ต้องการ storytelling และสร้าง community ระยะยาว ข้อสำคัญคือต้องเลือกพอดแคสต์ที่ ตรงกลุ่มเป้าหมาย วัดผลด้วย promo code หรือ UTM และอย่าลืมทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3–6 เดือนจึงจะเห็นผลชัดเจนครับ