ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Payout

Payout คืออะไร

Payout หรือที่คนไทยในวงการอีคอมเมิร์ซมักเรียกกันว่า "การโอนเงินร้านค้า", "การจ่ายเงินให้ร้าน" หรือบางคนก็พูดสั้น ๆ ว่า "รอบโอน" หมายถึง กระบวนการที่แพลตฟอร์ม (เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop) หรือผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Payment Gateway) โอนเงินค่าสินค้าที่ลูกค้าจ่ายมาแล้ว หักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เข้าบัญชีธนาคารของร้านค้า

พูดง่าย ๆ คือ เงินที่ลูกค้าโอนเข้ามาตอนซื้อของ ยังไม่ใช่เงินของร้านทันที มันจะไปพักอยู่กับแพลตฟอร์มก่อน เมื่อครบรอบที่กำหนด แพลตฟอร์มถึงจะ Payout เงินนั้นมาให้เรา


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ลองนึกภาพว่าแพลตฟอร์มเป็น "คนกลางถือเงิน" เหมือนเวลาซื้อของผ่านคนรู้จัก แล้วฝากเงินไว้กับเพื่อนสนิทก่อน พอของถึงมือลูกค้า ครบเงื่อนไข ไม่มีปัญหาตีกลับ เพื่อนคนนั้นถึงจะเอาเงินมาให้เรา

หรือถ้าชอบเทียบแบบร้านอาหาร Payout ก็เหมือน "การเคลียร์บิลค่าอาหารกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี" ยอดขายวันนี้ที่ขึ้นในแอป ไม่เท่ากับเงินสดในกระเป๋าเราเดี๋ยวนี้ ต้องรอรอบโอนสัปดาห์หน้า


สูตรคำนวณ Payout

ยอด Payout สุทธิ = ยอดขายรวม - ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม - ค่าธรรมเนียมชำระเงิน - ค่าขนส่ง (ถ้ามี) - ค่าโฆษณา/โปรโมชั่นที่หักจากยอด - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ตัวอย่างจริง 1: ขายของได้ 10,000 บาท

- ค่าคอมมิชชั่น 5% = 500 บาท

- ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 3% = 300 บาท

- ค่าขนส่งที่ร้านออกเอง = 150 บาท

- ยอด Payout สุทธิ = 10,000 - 500 - 300 - 150 = 9,050 บาท


ตารางเปรียบเทียบรูปแบบ Payout ของแพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย

แพลตฟอร์มรอบ Payout มาตรฐานยอดขั้นต่ำเงื่อนไขสำคัญ
Shopeeทุก 7 วัน (หลังสถานะ "สำเร็จ")100 บาทต้องผูกบัญชีธนาคารยืนยันตัวตน
Lazadaทุกสัปดาห์ (จันทร์–พุธ)100 บาทรอบแรกอาจช้ากว่าปกติ
TikTok Shopทุก 3–7 วัน100 บาทขึ้นกับคะแนนร้านและประวัติตีกลับ
LINE Shoppingทุก 15 วัน500 บาทต้องยืนยันตัวตนธุรกิจ
Payment Gateway ทั่วไปT+1 ถึง T+3แล้วแต่ผู้ให้บริการขึ้นกับความเสี่ยงร้าน
**หมายเหตุ:** ตัวเลขเหล่านี้อาจเปลี่ยนได้ตามนโยบายแพลตฟอร์มแต่ละช่วง แนะนำเช็คใน Seller Center ก่อนทุกครั้ง

ตัวอย่างการคำนวณจริง (Scenario)

ตัวอย่างจริง 2: ร้านขายเสื้อยืด TikTok Shop

- ยอดขายเดือนนี้: 85,000 บาท

- ค่าคอมมิชชั่น 4%: 3,400 บาท

- ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 2.5%: 2,125 บาท

- ค่าโฆษณา GMV Max หักจากยอด: 6,000 บาท

- Payout สุทธิ = 85,000 - 3,400 - 2,125 - 6,000 = 73,475 บาท

ตัวอย่างจริง 3: ร้านขายของใช้ในบ้าน Shopee

- ยอดขาย: 42,000 บาท

- ค่าคอมมิชชั่น 6%: 2,520 บาท

- ค่าธรรมเนียม 3%: 1,260 บาท

- Payout สุทธิ = 42,000 - 2,520 - 1,260 = 38,220 บาท


Payout ใช้ในสถานการณ์ไหนบ้าง

1. ร้านค้า Marketplace — รอรับเงินหลังลูกค้ากดยืนยันรับสินค้า

2. ครีเอเตอร์ Affiliate — ค่าคอมมิชชั่นจากการรีวิวสินค้า จะ Payout เป็นรอบ

3. ฟรีแลนซ์บนแพลตฟอร์ม — เช่น รับงานออกแบบผ่านแพลตฟอร์ม แล้วรอโอน

4. เจ้าของแบรนด์ที่ขายผ่าน Payment Gateway — เงินจากลูกค้าหน้าเว็บ จะ Payout เข้าบัญชีร้าน

5. การถอนเงินออกจากกระเป๋าในแอป — บางแพลตฟอร์มมี Wallet ต้องกด "ถอนเงิน" เอง


ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย

1. "ยอดขาย = เงินที่ได้"

ไม่จริง ยอดขายที่เห็นใน Dashboard ยังไม่หักค่าธรรมเนียมและค่าอื่น ๆ ต้องดูที่หน้า Payout เท่านั้น

2. "Payout ทันทีที่ลูกค้าจ่าย"

ส่วนใหญ่ไม่ใช่ ต้องรอสถานะ "สำเร็จ" หรือพ้นระยะคืนสินค้าก่อน บางแพลตฟอร์มมี Holding Period 3–7 วัน

3. "ทุกแพลตฟอร์มมีรอบโอนเหมือนกัน"

ไม่เลย Shopee 7 วัน, Lazada รายสัปดาห์, TikTok Shop 3–7 วัน ต้องเช็คแยก

4. "ถ้าไม่ผูกบัญชีก็รับเงินได้"

ผิด ต้องยืนยันตัวตนและผูกบัญชีธนาคารก่อน ไม่งั้นเงินค้างในระบบ

5. "เงิน Payout โดนหักภาษีทุกครั้ง"

บางกรณีมีหัก ณ ที่จ่าย 1–3% ขึ้นกับสถานะร้านและประเภทธุรกิจ ควรวางแผนภาษีด้วย


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- Settlement — การชำระบัญชีรอบสุดท้าย มักใช้แทน Payout ในบางบริบท

- Holding Period — ระยะเวลาที่แพลตฟอร์มกันเงินไว้ก่อนโอน

- Wallet Balance — ยอดเงินในกระเป๋าแพลตฟอร์มที่ยังไม่ถอน

- Commission Fee — ค่าคอมมิชชั่นที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขาย

- Payment Gateway Fee — ค่าธรรมเนียมการรับชำระเงิน

- Withdrawal — การถอนเงินออกจาก Wallet เข้าธนาคาร

- T+1, T+3 — รอบโอนหลังวันทำรายการ (T = Transaction Date)


สรุปสั้น ๆ

Payout คือ "วันที่เงินเข้าจริง" ไม่ใช่ "วันที่ขายได้" คนขายออนไลน์มือใหม่มักเข้าใจผิดตรงนี้ ทำให้บริหารกระแสเงินสดผิดพลาด แนะนำให้ดูหน้า Payout Report ทุกสัปดาห์ วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 7–14 วัน และเผื่อค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 8–12% ของยอดขายไว้ในต้นทุนตั้งแต่แรก จะช่วยให้ร้านไม่สะดุดเรื่องเงินสดในวันที่ต้องจ่ายค่าของให้ซัพพลายเออร์